Koungwhal Thongnetra

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา (ปัญญาคือแสงสว่าง ส่องทางชีวิต )123EE.BLOGSPOT.COM

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วมรกต




พระบรมมหาราชวัง





























ยักษ์วัดพระแก้ว  มี  ๑๒ ตนครับ

ตัวที่ ๑      ชื่อสุริยาภพ   กายสีแดงชาด  
                       บุตรท้าวจักรวรรดิ   แห่งกรุงมลิวัน
ตัวที่ ๒     ชื่ออิทรชิต   กายสีเขียว  
                       บุตรทศกัณฐ์   แห่งกรุงลงกา
ตัวที่ ๓     ชื่อมังกรกัณฑ์  กายสีเขียว  
                       บุตรพญาขร  พญายักษ์แห่งโรมคัล
ตัวที่ ๔    ชื่อวิรุฬหก  กายสีขาบหรือสีน้ำเงินแก่  
                      พญารากษส  แห่งมหาอันธกาลนคร
ตัวที่ ๕     ชื่อทศคิรีธร  กายสีหงดิน  หรือสีหม้อใหม่  
                       ปลายจมูกเป็นงวงช้าง  
                       บุตรทศกัณฐ์กับนางช้างท้าวอัศกรรณมาลาสูร  
                       เจ้าเมืองดุรัม  ขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
ตัวที่ ๖      ชื่อทศคิรีวัน  กายสีเขียว  
                       ปลายจมูกเป็นงวงช้าง  
                       บุตรทศกัณฐ์  พี่น้องฝาแฝดกับทศคิรีธร
ตัวที่ ๗     ชื่อจักรวรรดิ  กายสีขาว  
                       พญายักษ์ผู้ครองกรุงมลิวัน
ตัวที่ ๘     ชื่ออัศวมารา  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอัศวกรรณมาราสูร                          
                       กายสีม่วงแก่  พญายักษ์ครองเมืองดุรัม
ตัวที่ ๙     ชื่อทศกัณฐ์  หรือพญาราพณ์  กายสีเขียว  
                      พญายักษ์เจ้ากรุงลงกา  
                      คู่ศึกของพระรามในเรื่องรามเกียรติ์
ตัวที่ ๑๐   ชื่อสหัสเดชะ  กายสีขาว  
                      พญารากษส  ครองเมืองปางตาล
ตัวที่ ๑๑   ชื่อมัยราพณ์  กายสีม่วงอ่อน  
                      พญายักษ์ครองเมืองบาดาล
ตัวที่ ๑๒   ชื่อวิรุฬจำบัง  กายสีมอหมึก  หรือสีขาวเจือดำ  
                       พญายักษ์ครองเมืองจารึก
































เวลาทำการ

  • ทุกวัน 08.30-15.30 น. คนไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติ 200 บาท

กิจกรรม-เทศกาล 

  • วันอาทิตย์ เทศนาธรรม 13.00 น.
  • วันพระ: เทศนาธรรม 09.00 น. และ13.00 น.
  • มัคคุเทศน์ 10.00 น. และ 14.00 น.
ข้อห้าม
  • ห้ามถ่ายรูปในพระอุโบสถ การแต่งกาย
  • ผู้ชาย: ห้ามใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ
  • ผู้หญิง: ห้ามใส่เสื้อกล้าม ใส่เสื้อไม่มีแขนกางเกงสามส่วน รองเท้าแตะ









ด้านล่างจะเป็นวัดโพธิ์ซึ่งอยู่ติดกับวัดพระแก้ว


บรรดารถทัวร์นำเที่ยวต่างๆที่นำลูกทัวร์มาลงที่วัด จะจอดรถที่ด้านข้างวัดโพธิ์ท่าเตียน


















 มีตาก กกน.ด้วย





หาเวลาหาโอกาสไปเยี่ยมชมกันครับ และติดตามตอนที่ 4กันต่อด้วยครับ

กำเนิดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย








 เป็นภาพการก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย


  • อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2483 ที่ถนนราชดำเนินกลาง ปากทางเข้าถนนดินสอ บรรจบกับถนนประชาธิปไตย กรุงเทพมหานคร 
  • อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ 24 มิถุนายน 2475 
  • อนุสาวรีย์นี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 240,000 บาท    ลักษณะอนุสาวรีย์มีปีก 4 ด้านดังนี้
  • อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีเสาปีก 4 ด้าน มีความสูง 24 เมตร รัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 ซึ่งเป็นวันทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร

  • พานรัฐธรรมนูญ สูง 3 เมตร อยู่บนป้อมกลางอนุสาวรีย์ หมายถึงเดือน 3 หรือเดือน มิถุนา เดือนที่ทำการเปลี่ยนแปลง ( สมัยก่อน ไทยจะนับ เดือนเมษายนเป็นเดือน หนึ่ง และเป็นปีใหม่  เดือน มิถุนายนจึงเป็นเดือน สาม )
  • รอบฐานอนุสาวรีย์ มีปืนใหญ่โบราณ ฝังคว่ำหน้าลง รอบ อนุสาวรีย์ จำนวน 75 กระบอก หมายถึง ปี 2475 ปีที่ทำการเปลี่ยนแปลง
  • ภาพดุนนูนที่ปรากฎโดยรอบของปีกทั้งสี่ด้าน หมายถึงประวัติของคณะราษฎร ที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง
  • และมีพระขรรค์ทั้ง 6 ซึ่งประดับโดยรอบป้อมกลางที่ตั้งพานรัฐธรรมนูญ หมายถึง หลักการเปลี่ยนแปลงของคณะราษฎร 6 ประการ
  1. หลักเอกราช
  2. หลักความสงบภายใน
  3. หลักสิทธิเสมอภาค
  4. หลักเสรีภาพ
  5. หลักเศรษฐกิจ
  6. หลักการศึกษา

อนุสาวรีย์นี้ จอมพล ป. ( แปลก ) พิบูลสงคราม เป็นผู้กระทำพิธีเปิด



คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพต้นฉบับ

















วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

ระบบต่อมในร่างกายมนุษย์




ระบบต่อมในร่างกายมนุษย์


ร่างกายมนุษย์เรามีต่อมอยู่ 2 ประเภทคือ


  • ต่อมมีท่อ ( Exocrine gland ) เป็นต่อที่สร้างสารเคมีออกมาแล้วส่งไปยังตำแหน่งออกฤทธิ์โดยอาศัยท่อลำเลียงของต่อมโดยเฉพาะ เช่น ต่อมน้ำลาย ต่อมสร้างเอนไซม์ย่อยอาหาร ต่อมน้ำตา ต่อมน้ำนม ต่อมสร้างเมือก ต่อมเหงื่อ เป็นต้น

  • ต่อมไร้ท่อ ( Endocrine gland ) เป็นต่อมที่สร้างสารเคมีขึ้นมาแล้วส่งไปออกฤทธิ์ที่อวัยวะเป้าหมาย โดยอาศัยระบบหมุนเวียนเลือด เนื่องจากไม่มีท่อลำเลียงของต่อมโดยเฉพาะ สารเคมีที่ไปจากต่อมไร้ท่อนี้เรียกว่า ฮอร์โมน ซึ่งอาจเป็นสารประเภท กรดอะมิโน หรือสเตรอยด์
  • ต่อมไร้ท่อจะกระจายอยู่ตามตำแหน่งต่างๆของร่างกาย ฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นจากต่อมไร้ท่อนี้มีหลายชนิดแตกต่างกัน ซึ่งแต่ละชนิดจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้การเจริญเติบโต การกระตุ้นหรือยับยั้งการทำงาน สามารถออกฤทธิ์ได้โดยใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อย


ต่อมไทรอยด์และพาราไทรอยด์


นอกจากนี้ต่อมไร้ท่อที่สำคัญ มี 7 ต่อมได้แก่

1.  ต่อมใต้สมอง ( Pituitary gland )
  • เป็นต่อมไร้ท่ออยู่ส่วนกลางของสมอง ( Hypophysis) มีหน้าที่ขับสารที่มีสีขาวขุ่นคล้ายกับเสมหะ จึงเรียกต่อมนี้ว่า ต่อม  Pituitary gland 

นอกจากนี้ต่อมใต้สมองยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
  • ต่อมใต้สมองส่วนหน้า ( anterior lobe )
  • ต่อมใต้สมองส่วนกลาง ( intermadiate lobe )
  • ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ( posterior lobe )




2.ต่อมไทรอยด์ (Thyroid  )

  • ต่อมนี้มีลักษณะเป็นพู 2 พูอยู่บริเวณสองข้างของคอหอยโดยมีเยื่อบางๆเชื่อมต่อกันระหว่าง 2 ต่อม ต่อมไทรอยด์นับว่าเป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย และมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมากที่สุด มีน้ำหนักของต่อมประมาณ 15-20 กรัม ต่อมไทรอยด์มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่สำคัญคือ
ฮอร์โมนไทรอกซิน ( Thyroxin hormone ) 
  • ฮอรโมนนี้ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญสารอาหาร กระตุ้นการเปลี่ยน ไกโคเจน เพื่อให้เป็น กลูโคส และเพิ่มการนำ กลูโคส เข้าสู่เซลล์บุทางเดินอาหาร จึงเป็นตัวเพิ่มระดับน้ำตาล กลูโคสในเลือด

ถ้าเกิดความผิดปกติกับฮอร์โมนตัวนี้จะส่งผลต่อร่างกายมนุษย์หลายอย่างเช่น 

  • คอหอยพอกธรรมดา เกิดขึ้นจากต่อมขยายใหญ่เนื่องจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าสร้าง TSH มากระตุ้นต่อมไทรอยด์มากเกินไป จึงทำให้ต่อมนี้ไม่สามารถสร้างฮอร์โมน ไทรอกซิน เพื่อไปยับยั้ง TSH ได้จากต่อมใต้สมอง จึงเกิด คอหอยพอกธรรมดา
  • คอหอยพอกเป็นพิษ เกิดขึ้นจากต่อมไทรอยด์เองสร้างฮอร์โมนมากเกินไปเพราะเกิดภาวะเนื้องอกของต่อม
  • คอหอยพอกและตาโปน เกิดจากต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากผิดปกติ เพราะได้รับการกระตุ้นจาก TSH จากต่อมใต้สมองมากเกินไป หรือเรียกว่าภาวะเนื้องอกของต่อมก็ได้ คนป่วยจะมีอาการเผาผลาญสารอาหารมากเกินไป อ่อนเพลีย  น้ำหนักตัวลดลง ทั้งที่กินจุขึ้น หายใจ แรง เร็ว ตอบสนองสิ่งเร้าไว และอาจเกิดอาการตาโปน เนื่องจากเกิดการเพิ่มปริมาณของน้ำและเนื้อเยื่อที่อยู่หลังลูกตา โรคนี้จะพบใน สตรีมากมากกว่า ชาย
  • คริตินิซึม( cretinism ) เกิดจากต่อมไทรอยด์ฝ่อในวัยเด็ก หรือพิการตั้งแต่เกิด การเจริญเติบโตของกระดูกลดลง ร่างกายเตี้ย แคระแกรน การเจริญทางจิตใจช้า มีภาวะปัญญาอ่อน พุงยื่น ผิวหนังแห้ง ผมบาง
  • มิกซีดีมา ( Myxedema ) เกิดขึ้นในผู้ใหญ่ เนื่องจากต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนออกมาน้อยผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการ เติบโตช้าทั้งร่างกายและจิตใจ มีอาการชัก ผิวแห้งหยาบ เหลือง ไตและหัวใจทำงานเฉือยชา ซึม ความจำเสื่อม ไขมันมาก ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย โรคนี้ พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

ฮอร์โมนแคลซิโทนิน ( Calsitonin ) 
  •  เป็นฮอร์โมนอีกชนิดที่ถูกสร้างจากต่อมไทรอยด์ ทำหน้าที่ลดระดับแคลเซียมในเลือดที่สูงเกินปกติ ให้อยู่ในระดับปกติ และดึงแคลเซียมส่วนเกินไปไว้ในกระดูก ฮอร์โมนนี้จึงเป็นตัวทำหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด และฮอร์โมนนี้จะทำงานร่วมกับต่อม พาราไทรอยด์ และวิตามิน ดี




3. ต่อมพาราไทรอยด์ ( Parathyroid gland )
  • เป็นต่อมที่มีน้ำหนักน้อยมาก ติดอยู่กับเนื้อของต่อมไทรอยด์ ทางด้านหลัง มีข้างละ 2 ต่อมมีลักษณะเหมือนรูปไข่ขนาดเล็ก มีสีน้ำตาลแดง หรือน้ำตาลปนเหลือง มีน้ำหนักรวม 4 ต่อม ประมาณ 0.03-0.05 กรัมเท่านั้น

ต่อมพาราไทรอยด์

ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมพาราไทรอยด์ คือ พาราทอร์โมน ( Parathormone )
  •  ฮอร์โมนนี้ทำหน้าที่รักษาสมดุลย์ของแคลเซียม และฟอสฟอรัส ในร่างกายให้คงที่ โดยจะทำงานร่วมกับ ฮอร์โมน แคลซิโทนิน ของต่อมไทรอยด์ที่กล่าวมาแล้ว เพื่อรักษาความสมดุลของแคลเซียมในกระแสเลือด ซึ่งกระทบต่อ การทำงานของกล้ามเนื้อประสาทและการเต้นของหัวใจ พาราทอร์โมนจึงมีความจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก

4. ต่อมหมวกไต ( adrenal gland ) 
  • อยู่บริเวณขั้วไตทั้งสองข้าง ต่อมขวาจะเป็นรูปสามเหลี่ยม ที่แสดงไว้ที่ภาพด้านล่าง จะเป็นสามเหลี่ยม ทำกราฟฟิคสีเขียวไว้เพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น ส่วนต่อมซ้ายจะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ตามรูป


ต่อมนี้ประกอบด้วยเนื้อเยื่ออยู่ 2 ชนิด คือ

   4.1 อะดรีนัลคอร์เทกซ์ ( Adrenal cortex)
  • สามารถสร้างฮอร์โมนได้มากกว่า 50 ชนิด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

  4.1.1 ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ ( glucocorticoid )  
  • ทำหน้าที่ควบคุม เมเทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ไขมัน รวมถึงสมดุลของเกลือแร่ด้วย  ถ้าร่งกายมีฮอร์โมนนี้มากเกินไป จะทำให้หน้ากลมคล้ายพระจันทร์ บริเวณต้นคอ มีหนอกยื่นออกมา

 4.1.2 ฮอร์โมนมิเนราโลคอติคอยด์ ( mineralocorticoid )  
  • ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ที่สำคัญคือ แอลโคสเตอโรน ซึ่งควบคุมการทำงานของไต ในการดูดน้ำและโซเดียม เข้าสูเลือด และ ยังควบคุมความเข้มข้นของฟอสเฟตในร่างกายด้วย

4.1.3 ฮอร์โมนเพศ ( adrenalsex hormone ) 
  • ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนหลายชนิด เช่น แอนโดรเจน เอสโตรเจน แต่มีปริมาณเล็กน้อยเมื่อเทียบปริมาณฮอร์โมนเพศ จากลูกอัณฑะในชาย และไข่ในสตรี

 4.2 อะดรีนัลเมดุลลา ( Adrenal medulla )
  • ประกอบด้วยฮอร์โมนสำคัญ 2 ชนิดคือ
4.2.1 อะดรีนาลินฮอร์โมน ( Adrenalin hormone )
  •  หรือฮอร์โมนเอปิเนฟริน ( epinephrine ) เมื่อร่างกายหลั่งอะดรีนาลินออกมา มีผลทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มมากขึ้นกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดสูง ทำให้เส้นเลือด อาร์เตอรี ขนาดเล็กที่อวัยวะต่างๆขยายตัว ส่วนอาร์เตอรีที่ผิวหนังและช่องท้องกลับหดตัวลง
4.2.2 นอร์อะดรีนาลินฮอร์โมน ( Noradrenalin hormone ) 
  • หรือฮอร์โมนนอร์เอปิเนฟริน ฮอร์โมนนี้จะแสดงผลต่อร่างกายคล้ายกับ อะดรีนาลิน แต่ อะดรีนาลีนมีผลดีกว่า ส่วนฮอร์โมนชนิดนี้จะหลั่งออกมาจากปลายเส้นประสาทซิมพาเทติก  ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น หลอดเลือด อาร์เตอรี ที่อวัยวะต่างๆบีบตัว



5.ตับอ่อน 

  • ภายในเนื่อเยื่อตับอ่อนจะมี ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ เป็นต่อมเล็กๆประมาณ 2 ล้าน 5 แสนต่อมหรือ ร้อยละ 1 ของเนื้อเยื่อตับอ่อนทั้งหมด ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมน ที่สำคัญ 2 ชนิดคือ

         5.1อินซูลิน ( Insulin ) สร้างมาจากเบตตาเซลล์ที่ส่วนกลางของ ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ ทำหน้าที่สำคัญคือ รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ เมื่อร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูง อินซูลินจะหลั่งออกมาเพื่อกระตุ้นเซลล์ตับและกล้ามเนื้อ นำกลูโคสเข้าไปในเซลล์ให้มากขึ้น และเปลี่ยนกลูโคส ให้เป็น ไกลโคเจน เพื่อสะสมไว้ อินซูลินยังช่วยกระตุ้นเซลล์ทั่วร่างกายใหมีการใช้ก,ูโคสให้มากขึ้น ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงสู่รัดับปกติ ถ้ากลุ่มเซลล์กลุ่มนี้ถูกทำลายหรือ บกพร่อง จะส่งผลให้มีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงมาก ทำให้เป็นโรคเบาหวานนั่นเอง
          5.2 กลูคากอน ( glucagon ) เป็นฮอร์โมนที่สร้าง แอลฟาเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์อีกประเภทหนึ่ง ของ ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ กลูตากอนจะไปกระตุ้นการสลายตัวของ ไกลโคเจนจากตับและกล้ามเนื้อ ให้น้ำตาลกลูโคสปล่อยออกมาในเลือด ทำให้เลือดมีกลูโคสเพิ่มขึ้น


ตับอ่อน 



6. รังไข่ ( Ovaries )

  • เป็นต่อมอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิงซึ่งจะสร้างฮอร์โมนที่สำคัญคือ เอสโตรเจน (Estrogens ) และโปรเจสเตอโรน ( progesterrone )
  • เอสโตรเจน ทำหน้าที่ลักษณะของเพศหญิง ทำให้มีเสียงแหลม สะโพกผาย การขยายใหญ่ของอวัยวะเพศและเต้านม การมีขนขึ้นตามอวัยวัเพศและมีส่วนในการควบคุมเปลี่ยนแปลงที่รังไข่ และ เยื่อบุมดลูกด้วย
  • โปรเจสเตอโรน เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากส่วนของอวัยวะเพศโดยตรง คือ คอร์ปัส ลูเตียม และบางส่วนสร้างมาจาก รกเมื่อมีครรภ์ นอกจากนี้สามารถสร้างมาจากอะดรีนัลคอร์เทกซ์ได้ด้วย ฮอร์โมนชนิดนี้เป็นส่วนสำคัญที่สุดก่อนการตั้งครรภ์ และตลอดเวลาของการตั้งครรภ์มีบทบาทโดยตรงต่อเยื่อบุมดลูก ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่รังไข่และมดลูก  การทำงานของฮอร์โมนตัวนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน FSH  และ LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า

รังไข่( Ovary)




7.อัณฑะ  ( Testis ) 
  • เป็นต่อมอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชาย อัณฑะจะสร้างฮอร์โมนสำคัญคือ
  • เทสโตสเตอโรน ( Testosterone ) ซึ่งจะทำหน้าที่เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม โดยกลุ่มเซลล์ อินเตอร์สติเชียล จะได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า คือ LH  และ ICSH  นอกจากสร้างเทสโตสโตโรนแล้ว ยังพบว่าเซลล์สติชียล ยังสร้างฮอร์โมนเพศหญิงคือ เอสโตรเจนได้อีกด้วย


  • ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะของเพศชาย เช่น เสียงแตก นมขึ้นพาน ลูกกระเดือกแหลม มีหนวดขึ้นบริเวณริมฝีปาก ขนขึ้นที่รักแร้ ขาแข้ง อวัยวะเพศ แขน เติบโตและมีความแข็งแรงมากกว่าเพศหญิง
  • ถ้าตัดลูกอัณฑะ จะทำให้เป็นหมันถาวร และลักษณะทางเพศชายต่างๆไม่ไม่เจริญเติบโตตามปกติ
  • ถ้าระดับฮอร์โมนสูง หรือสร้างฮอร์โมนก่อนวัยหนุ่มมาก เนื่องจากมีเนื่องอกที่อัณฑะจะทำให้การเติบโตทางเพศก่อนเวลาอันควร ทั้งคุณลักษณะทางเพศชายและอวัยวะสืบพันธุ์











กังวาล  ทองเนตร เรียบเรียง

 อ้างอิงจาก >> >> [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]



วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

รายชื่อประเทศที่ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแล้ว



การเกณฑ์ทหาร

  • การ เกณฑ์ทหาร เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด การเกณฑ์ทหารเปรียบเสมือนการบังคับใช้แรงงาน โดยอาศัยกฎหมายมาเป็นเครื่องมือบีบบังคับ ให้พลเมืองของชาตินั้นๆต้องปฏิบัติตาม

  • การ เกณฑ์ทหารเป็นอีกตัววัดหนึ่งของความเจริญในการพัฒนาสังคมประชากรของประเทศ นั้นๆว่า ด้อยหรือก้าวหน้า การเกณฑ์ทหารไม่มีเพียงเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์เท่านั้น ยังเป็นการสร้างแบบแผนธรรมเนียมอำนาจนิยมให้อยู่ต่อไปในสังคม
  • อีก ทั้งเป็นการทำลายสังคมหน่วยย่อยที่สุดนั่นคือสถาบันครอบครัว บางครอบครัวมีลูกชายคนเดียว มีพ่อแม่ที่ชราภาพ แต่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ทิ้งพ่อแม่ที่ชราภาพให้อยู่ตามลำพัง

  • บาง คนอยู่ในวัยเรียน ที่กำลังก้าวหน้า บางคนอยู่ระหว่างสร้างครอบครัว กำลังจะมีสมาชิกลืมตาออกมาดูโลก แต่ต้องมาพลัดพรากจากกันเพราะพ่อถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร

  • ใน ความเป็นจริงการเกณฑ์ทหารก็คือการระดมแรงงานเพื่อไปใช้ในกองทัพ ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้นคือ มีการนำทหารเกณฑ์ไปรับใช้นายทหารตามบ้านพัก รับใช้ภรรยา คอยเป็นพลขับส่งลูกเมียนายทหาร เป็นพ่อครัว พ่อบ้าน คนตัดหญ้า ถูบ้าน ล้างส้วม รดน้ำต้นไม้ ขัดรองเท้า ให้กับครอบครัวนายทหาร โดยที่นายทหารเหล่านั้นไม่ต้อง ออกเงินค่าจ้างแม้บาทเดียว 

  • แต่เป็นการนำกำลังพลที่ถูกอ้างว่านำมารับใช้ชาติไปรับใช้ผู้บังคับบัญชาตามบ้านแทน
และยังเป็นการนำไปใช้ในทางที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงในสังคม สร้างบารมี สร้างอิทธิพลเถื่อน เพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตัว

  • การ เกณฑ์ทหารในไทย เดิมเริ่มเกณฑ์ทหารจากเขตพระนคร หรือกรุงเทพมหานคร จนมีการขยายพื้นที่ออกไปทั่วประเทศ และมีการปรับปรุงแก้ไขมาเป็น  พระราชบัญญัติ การเกณฑ์ทหาร พ.ศ. 2497 ใช้ตราบถึงปัจจุบัน

 >>>>   พ.ร.บ.การเกณฑ์ทหาร 2497


ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะยกเลิก พ.ร.บ.ว่าด้วยการเกณฑ์ทหารตามอย่างอารยประเทศที่เขาเจริญแล้ว

คืนลูกชาย คืนพ่อ คืนสามี ให้หวนกลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวได้แล้ว
กังวาล ทองเนตร


ประเทศที่ไม่มีและยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
  •  สหราชอาณาจักรรูปแบบปกครอง ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาไม่มี (ยกเว้น Bermuda Regiment) 

  •  อาร์เจนตินา สาธารณรัฐ มี (ทางนิตินัย); ไม่มี (ทางพฤตินัย) 
  •  ออสเตรเลีย ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา รัฐรวม ไม่มี (ยกเลิกการเกณฑ์ทหารโดยรัฐสภาในปี ค.ศ. 1972)

  •  บาฮามาส  ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไม่มี 
  •  บังกลาเทศ   ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไม่มี
  •  เบลเยียม  ประชาธิปไตยไม่มี (ยุติการเกณฑ์ทหารตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994) 
  •  เบลีซ  ประชาธิปไตยโดยรัฐสภา อาสาสมัคร 
  •  ภูฏาน  ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มี 
  •  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  สาธารณรัฐประชาธิปไตย รัฐรวม ไม่มี (ยกเลิกการเกณฑ์ทหารเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2006) 
  •  บัลแกเรีย  ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา(ยกเลิกการเกณฑ์ทหารเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2008
  •  พม่า military junta ไม่มี (ทางนิตินัย); มี (ทางพฤตินัย)
  •  จีน   คอมมิวนิสต์ ไม่มี 
  •  โครเอเชีย ประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา ไม่มี (ยกเลิกการเกณฑ์ทหารในปี ค.ศ. 2008)

  • จิบูตี  สาธารณรัฐ ไม่มี 
  • ฝรั่งเศส  สาธารณรัฐ ไม่มี (ยกเลิกการเกณฑ์ทหารในปี ค.ศ. 2001) 
  • แกมเบีย   สาธารณรัฐ ไม่มี 
  • เยอรมนี  สาธารณรัฐ รัฐรวม ไม่มี (ยกเลิกโดยสภานิติบัญญัติมีผล 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2011) 
  • เกรเนดา ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไม่มีกองกำลังป้องกันตนเอง 
  •  ฮังการี    ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (ยกเลิกเมื่อปี ค.ศ. 2004) 
  •  อินเดีย   รัฐรวม ไม่มี

  • จาเมกา   แบบรัฐสภาภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มี 
  •  ญี่ปุ่น  ไม่มี 
  •  เลบานอน  สาธารณรัฐ ไม่มี (ยกเลิกการเกณฑ์ทหารในปี ค.ศ. 2007)