Koungwhal Thongnetra

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา (ปัญญาคือแสงสว่าง ส่องทางชีวิต )123EE.BLOGSPOT.COM

วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รัฐประศาสนศาสตร์คืออะไร



วูดโรว์ วิลสัน



รัฐประศาสนศาสตร์ หรือ บริหารรัฐกิจ ( Public Administration  PA.) 

รัฐประศาสนศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วยหลักและวิธีการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้โดยมุงแสวงหาวิธีการที่จะนำมาใช้ในการปฏิบัติงานให้รัดกุม และมีประสิทธิภาพ

มีความหมายอยู่ 2ฐานะคือ

  1. นฐานะที่เป็นสาขาวิทยาการศึกษา ( Discipline study ) เรียกว่าวิชารัฐประศาสนศาสตร์ หรือบริหารรัฐกิจ
  2. ในฐานะที่เป็นกิจกรรม ( Activity) หรือบริหารงานสาธารณะ หรือกิจกรรมบริหารงานสาธารณะ

วิชารัฐประศาสนศาสตร์ หรือบริหารรัฐกิจ ที่เป็นแบบแผน แบ่งออกเป็น 3 ยุค คือ

  1. ยุคแรก เกิดขึ้นก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่มีการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์กันอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากสมัย อดีตประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน โดยเขาได้เขียนบทความที่มีชื่อเสียง ขึ้นในปี ค.ศ. 1887 เรื่อง The Study of Administration วิลสัน ชี้ให้เห็นงานในหน้าที่ฝ่ายบริหาร คือ กระทรวง ทบวง กรม จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือนโยบายซึ่งออกโดยฝ่ายการเมือง ซึ่งแนวคิดของ วิลสัน เป็นการศึกษาการบริหารงานของรัฐบาล โดยแยกออกจากการเมือง จึงถือได้ว่า แนวคิดของ วิลสัน เป็นจุดเริ่มต้น ของการแยกการเมือง ออกจากการบริหาร จึงถือได้ว่า วิลสัน เป็นผู้เสนอเค้าโครงความคิด หรือ กรอบความคิด ( Paradigm) ทำให้เกิดกรอบการศึกษาการแยกการบริหารออกจากการเมืองกันอย่างแพร่หลายในอเมริกา และเป็นที่มาให้นักวิชาการรุ่นหลังได้เสนองานเขียนให้แยกการเมืองออกจากการบริหาร
  2. ยุคที่สอง คือยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือเรียกว่ายุคพฤติกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นยุคที่นักวิชาการหันมาให้ความสนใจในพฤติกรรมศาสตร์ มีนักวิชาการ 5 คน คือ Chester Bernard ,Herbert Simon ,Robert A. Dahl ,Dwight Waldo และ Norton Longซึ่งเป็นยุคที่ดึงแนวคิดของนักวิชาการก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้มาสนใจพฤติกรรมศาสตร์ ยุคนี้ Chester Bernard ได้เขียนหนังสือ Functions of the Execusive. เบอร์นาร์ด ชี้ให้เห็นว่า การบริหารเป็นกิจกรรมทางสังคมอย่างหนึ่ง ที่ต้องได้รับความร่วมมือ และการจะมีอำนาจนั้นขึ้นอยู่กับการยินยอมของผู้ใต้บังคับบัญชา หน้าที่ของนักบริหารจะต้องสนใจ ทั้งระบบ ซึ่งนับว่าแนวคิดของเบอร์นาร์ด ได้ฉีกแนวแตกต่างไปจากนักพฤติกรรมศาสตร์ นอกจากนี้ Herbert Simon นักวิชาการร่วมยุค ยังได้เสนอแนวคิดของเขาว่า หน้าที่ของนักบริหาร คือ การตัดสินใจ การวินิจฉัยสั่งการเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงซึ่งสามารถศึกษาได้โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ และ Robert Dahl ได้เสนอให้เปลี่ยนรัฐประศาสนศาสตร์เปลี่ยนแนวทางใหม่ ดาห์ล ชี้ว่า รัฐประศาสนศาสตร์ จะเป็นวิทยาศาตร์ และสามารถนำไปใช้ได้กับทุกประเทศ
  3. ยุคที่สาม หรือยุคร่วมสมัยเริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ.1968 ในยุคนี้มีการจัดประชุมสัมนารัฐประศาสนศาสตร์ ที่ทะเลสาบ มินโนบรู๊ค ( Minnobrook) โดยมหาวิทยา ซีราคิวส์ ( Syracuse) ประเทศอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวิชารัฐประศาสนศาสตร์แนวใหม่ หรือเรียกว่า ยุคหลังพฤติกรรมศาสตร์       แนวทางการประชุม พอสรุปได้ว่า
  • นักบริหาร เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานทั้งสองอย่าง คือ กำหนดนโยบาย และบริหารนโยบาย ดังนั้นเรื่องนโยบายและการบริหาร จึงควรเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน นักบริหารควรได้รับการมอบหมาย ทั้งเรื่องการจัดการที่ดี และดูแลความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งถือว่า เป็น ค่านิยม วัตถุประสงค์ หรือเหตุผลร่วมกันของรัฐประศาสนศาสตร์
  • รัฐประศาสนศาสตร์ ให้ความสนใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง คือ จะต้องแสวงหาหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบาย และโครงสร้างต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความเป็นธรรมในสังคมมุ่งเสริมวัตถุประสงค์รัฐประศาสนศาสตร์ แนวใหม่คือ
  1. การจัดการที่ดี
  2. มีประสิทธิภาพ
  3. ประหยัด
  4. มีความเป็นธรรมในสังคม
  • รัฐประศาสนศาสตร์จะต้อง ศึกษาทดลอง หรือสนับสนุนรูปแบบของการจัดองค์การราชการ เช่น การกระจายอำนาจ การมอบอำนาจ โครงการ สัญญาการฝึกอบรมความรู้
  • รัฐประศาสนศาสตร์แนวใหม่ต้องแสวงหาแนวทางเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
  • มุ่งสนใจไปที่ตัวปัญหาและพิจารณาทางเลือกต่างๆที่เป็นไปได้ในการเผชิญปัญหา เช่น ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม  เป็นต้น
  • เน้นในส่วนที่เป็นราชการมากกว่าบริหารทั่วไปในการแก้ปัญหา
สรุป


  • รัฐประศาสนศาสตร์ เป็นการศึกษาที่ครอบคลุมกระบวนการบริหาร แนวนโยบายสาธารณะ และพฤติกรรมองค์การ วิทยาการจัดการ ถือเป็น สังคมศาสตร์ประยุกต์
  • มีแนวทางการศึกษาที่ยึดหลักวิชาชีพ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ การบริหารงานสาธารณะ เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประหยัด และความเป็นธรรมในสังคม




Woodrow Wilson




กังวาล ทองเนตร รัฐศาสตร์ภาควิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สร้างรันเวย์3-4กระทบใครบ้าง


 ภาพการประชุมที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม แกรนด์อินคำ

จากการที่บริษัทท่าอากาศยานไทย ( ทอท. )ได้สร้างสนามบินสุวรรณภูมิตามมติ ครม.เมื่อวันที่7พฤษภาคม 2534 ในเฟส 1-2และมีกำหนดเปิดใช้งานในปี พ.ศ.2543
แต่การก่อสร้างจริงแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้เมื่อ วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549

โดยมี 2 รันเวย์ คือ
  •  ฝั่งตะวันตก ที่ชาวบ้านเรียกว่า ฝั่งกิ่งแก้ว มีความยาวรันเวย์ 3,700 เมตร
  • ฝั่งตะวันออก ที่ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี มีความยาวรันเวย์ 4,000 เมตร ( 4 กิโลเมตร ) ซึ่งรองรับอากาศยานขึ้นลงได้สูงสุด 76 เที่ยวบิน ต่อชั่วโมง
  • เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 ที่ประชุมกรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน )ครั้งที่ 6/2555 มีมติเห็นชอบให้มีการก่อสร้างทางวิ่ง หรือ รันเวย์ ช่องที่ 3-4 หรือเฟส 3,4  ซึ่งเป็นแผนพัฒนาระยะที่ 3 ปี พ.ศ.2556-2561 ขึ้น
  • ซึ่งตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้กำหนด ประเภทสิ่งปลูกสร้าง ขนาด และวิธีการปฏิบัติ ซึ่งโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทางด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ที่ส่วราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชนจะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบดังกล่าว ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ วันที่ 31 สิงหาคม 2553
  • ซึ่งเฟสที่ 3-4 มีความยาวรันเวย์ ช่องทางละ 4 กิโลเมตร ซึ่งเกินกว่าที่กำหนด ให้สิ่งก่อสร้าง 3,000 เมตรเข้าข่ายมีผลกระทบอย่างรุนแรง
จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบที่อยู่ในแนวเส้นเสียงได้แก่

1.จังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย 
  • อำเภอเมืองสมุทรปราการ ได้แก่ตำบล เทพารักษ์ , แพรกษา , แพรกษาใหม่
  • อำเภอบางพลี ได้แก่ ตำบลบางพลีใหญ่ ,บางปลา,บางแก้ว , ราชาเทวะ , หนองปรือ ,บางโฉลง
  • อำเภอบางเสาธง ได้แก่ ตำบล ศรีษะจรเข้น้อย ,  ศรีษะจรเข้ใหญ่ , บางเสาธง
2. กรุงเทพมหานคร ได้แก่

  • เขตลาดกระบัง ประกอบด้วย แขวงลาดกระบัง,คลองสามประเวศ ,คลองสองต้นนุ่น , ทับยาว, ลำปลาทิว ,
  • เขตประเวศ ได้แก่ แขวง ประเวศ, และแขวงดอกไม้
  • เขตมีนบุรี ได้แก่ แขวงแสนแสบ
  • เขตหนองจอก ได้แก่ แขวงลำต้อยติ่ง แขวงลำผักชี
รวม 3 อำเภอ 4 เขต 12 ตำบล 10แขวง

  • และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ศึกษาที่อยู่ภายในระยะห่างจากแนวขอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทิศ ตะวันออก ตะวันตก 5 กิโลเมตร และทิศเหนือทิศใต้ 10 กิโลเมตร
ซึ่งตามตารางความเสี่ยงโอกาสของการเกิดผลกระทบสูงถึง 12( มาก )

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2556 ชาวบ้านที่อยู่ในแนวเส้นเสียง จึงได้รวมตัวกัน เข้าร่วมประชุม และคัดค้านการสร้างรันเวย์ที่ 3-4 ที่โรงแรมแกรนด์อินคำ ห้องแกรนด์บอลรูม เวลา 8.30-12.30 น.

โดยตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ ทอท.
  1. จ่ายค่าชดเชย เฟส 1-2 ให้แล้วเสร็จ ก่อน
  2. จ่ายค่าชดเชยก่อนการก่อสร้าง เฟส 3-4 ให้ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบก่อน




 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบรวมพลังกันคัดค้านเพื่อเรียกร้องให้ ทอท.จ่ายค่าชดเชย



  • ด้านล่างนี้เป็นข้อมูลจาก ทอท. <<<     คลิก     >>>



1.1 ความเป็นมาและความจำเป็นของโครงการ


  • โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเกิดขึ้นเนื่องจากการขยายขีดความสามารถของ ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) มีข้อจำกัด กล่าวคือ พื้นที่ของท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ถูกล้อมรอบด้วยกองทัพอากาศและถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้ไม่มีพื้นที่เพียงพอในการพัฒนาระบบทางวิ่ง ทางขับ การเพิ่มหลุมจอดอากาศยาน และการขยายอาคารผู้โดยสาร ในขณะที่ปริมาณการจราจรทางอากาศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่สองขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของธุรกิจการขนส่งทางอากาศ เพื่อคงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศของภูมิภาค

  • โดยวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2534 คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีเนื้อที่รวมทั้งหมด 32 ตารางกิโลเมตร (กว้าง 4 กิโลเมตร ยาว 8 กิโลเมตร) หรือประมาณ 20,000 ไร่ โดยให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบ และมอบหมายให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท. ในขณะนั้น) เป็นผู้ลงทุนในโครงการ มีกำหนดระยะเปิดใช้ท่าอากาศยานแห่งใหม่ในปี พ.ศ. 2543 แต่การก่อสร้างจริงเกิดความล่าช้า ทำให้ท่าอากาศยานแห่งใหม่ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อว่า “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” เปิดให้บริการได้เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยเมื่อแรกเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทอท. ได้ย้ายสายการบินภายในประเทศและสายการบินระหว่างประเทศที่ให้บริการแบบประจำ (Scheduled Flights) ทั้งหมดไปไว้ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนท่าอากาศยานกรุงเทพเดิมได้เปลี่ยนชื่อเป็น ท่าอากาศยานดอนเมือง และให้บริการเฉพาะเที่ยวบินแบบไม่ประจำ (Non Scheduled Flights) เที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flights) และการบินทั่วไป (General Aviation)

  • ปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีทางวิ่งจำนวน 2 เส้น คือ ทางวิ่งเส้นที่ 1 ทางด้านทิศตะวันออก มีความยาว 4,000 เมตร และทางวิ่งเส้นที่ 2 ทางด้านทิศตะวันตก มีความยาว 3,700 เมตร ทางวิ่งทั้งสองสามารถรองรับอากาศยานขึ้น-ลงได้สูงสุด 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากสถิติการขึ้น-ลงของอากาศยานในปี พ.ศ. 2554 พบว่ามีจำนวนเที่ยวบินในชั่วโมงสูงสุด 52-59 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ซึ่งยังไม่เต็มขีดความสามารถในการรองรับของทางวิ่ง อย่างไรก็ตาม จำนวนเที่ยวบินที่ทำการบินขึ้น-ลง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการคาดการณ์จำนวนเที่ยวบินในชั่วโมงคับคั่งตามการเติบโตปกติ พบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีจำนวนเที่ยวบินในชั่วโมงคับคั่ง มากกว่า 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ดังนั้น เพื่อให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต ตามแนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 6/2555 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 จึงมีโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 (แผนการพัฒนาระยะที่ 3 ปี พ.ศ. 2556-2560) ขึ้น



1.2 แหล่งเงินทุน

  • โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 จะใช้แหล่งเงินทุนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)1.3 ที่ตั้งและองค์ประกอบของโครงการ

  • โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปัจจุบัน ประกอบด้วย ทางวิ่งเส้นที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตก จะมีความยาว 4,000 เมตร ความกว้าง 60 เมตร และทางวิ่งเส้นที่ 4 ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก จะมีความยาว 4,000 เมตร ความกว้าง 60 เมตร ดังรูปที่ 1




ทั้งนี้ ตามแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แบ่งแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกเป็น 5 ระยะ เมื่อพัฒนาจนสมบูรณ์เต็มขีดความสามารถจะประกอบด้วย ทางวิ่ง 4 เส้น สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 120 ล้านคนต่อปี และมีหลุมจอดอากาศยาน จำนวน 224 หลุมจอด




1.4 แนวทางการดำเนินโครงการ


แผนการดำเนินงานโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีกำหนดก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 แล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2562 ส่วนทางวิ่งเส้นที่ 4 มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566 ดังแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 แผนการดำเนินงานโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

1.5 ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการในปัจจุบัน
1.5.1 ระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม



  • ระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ
  • ระบบปิดล้อมและระบบระบายน้ำภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย
  • คันกั้นน้ำรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อป้องกันน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงไหลเข้ามาท่วมในพื้นที่ท่าอากาศยานฯ โดยสร้างเป็นคันดินอยู่ภายในพื้นที่ท่าอากาศยานฯ มีความยาว 23.5 กิโลเมตร ความสูง +3.5 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และมีความกว้าง 3 เมตร
  • ระบบระบายน้ำภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อระบายน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ท่าอากาศยานฯ ให้ไหลมารวมกันในคลองและบ่อเก็บน้ำ ก่อนสูบระบายออกไปนอกท่าอากาศยานฯ ในเวลาที่เหมาะสม
  • สถานีสูบน้ำ จำนวน 2 แห่ง เพื่อสูบระบายน้ำฝนภายในท่าอากาศยานออกสู่ภายนอก โดยสถานีฝั่งตะวันตกจะสูบน้ำลงคลองลาดกระบัง และสถานีฝั่งตะวันออกจะสูบน้ำลงคลองหนองงูเห่า
  • ระบบระบายน้ำภายนอกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แก่ คลองหนองงูเห่า คลองลาดกระบัง คลองขุดใหม่ทางด้านทิศเหนือของท่าอากาศยานฯ คลองเทวะตรง และยังมีคลองบางขวางเล็ก คลองบางขวางใหญ่ คลองบางโฉลง คลองบางพลี และอื่นๆ ซึ่งจะไหลออกสู่ทะเลต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

วิธีทำความสะอาดหัวพิมพ์ยี่ห้อcanon


  • เครื่องพิมพ์เป็นอุปกรณ์ประกอบคอมพิวเตอร์ที่สำคัญมาก ไม่น้อยไปกว่าคอมพิวเตอร์

เนื่อง จากเมื่อเราสืบค้นข้อมูลข่าวสารต่างๆจากเว็บ จากบล็อกได้แล้ว หรืองานเอกสาร งานพิมพ์อื่นๆ ถ้าขาดเครื่องพิมพ์หรือเครื่องพิมพ์บกพร่อง จะมีปัญหากระทบต่อการทำงานของเราเป็นอย่างมาก

  • ดังนั้นวันนี้ผมจึงแนะนำวิธีดูแลรักษาหัวพิมพ์ของยี่ห้อแคนอนมาให้ ทราบกัน เพราะหัวพิมพ์คือหัวใจหลักของเครื่องพิมพ์ ถ้ามีริ้วสีแตก สีไม่ต่อเนื่อง สีไม่ตรงตามต้นฉบับเหล่านี้ล้วนมีผลต่องานของเราแน่นอนวิธีการเบื้องต้นที่เราจะต้องแก้ปัญหาเองคือการทำความสะอาดหัวพิมพ์

การทำความสะอาดหัวพิมพ์ 
  • จะต้องสิ้นเปลืองหมึก และเครื่องพิมพ์บางรุ่น ก็จะมีตัวดูซับหมึกน้อย เมื่อเราทำความสะอาดหลายๆรอบ เครื่องก็จะแสดงสถานะไฟ แอลอีดีว่า E,0,8 ถ้าเครื่องหยุดทำงานและแสดงไฟตามนี้แสดงว่า ที่ดูดซับหมึกเต็ม ต้องทิ้งระยะรอให้หมีกในที่ดูดซับแห้งก่อน ค่อยทำการล้างหัวพิมพ์ หลายๆรอบ จนกว่า สีจะกลับมาตรงตามต้นฉบับ


  • ขั้นตอนต่างๆทำได้ตามรูปและคำอธิบายด้านล่างนี้ ให้ดูรูปใน (1) จะอยู่บนเครื่องแคนอนทุกรุ่น

เมื่อเรากดปุ่มนี้ครั้งที่ 1 จะขึ้นตัว A ( เราควรใส่กระดาษ เมื่อจะใช้สถานะนี้ ) เมื่อขึ้นตัว A แล้วกดปุ่ม color  หรือ  black ปุ่มใดปุ่มหนึ่ง แล้วเครื่องจะพิมพ์ออกมา
ถ้าสี ถูกต้อง
  • แถบบนสุด จะเป็นรูปตารางสีดำ
  • รองลงมาจะเป็นสีฟ้าแก่ และฟ้าอ่อน
  • แถวถัดมาจะเป็นชมพูแก่และชมพูอ่อน
  • แถบล่างสุด จะเป็นเหลืองแก่ และเหลืองอ่อน


เมื่อพิมพ์เสร็จเครื่องจะกลับสถานะเตรียมพร้อม ไฟจะแสดงเป็นเลข 1



เมื่อ ต้องการล้างหัวพิมพ์ ให้กดปุ่มตาม (1)จนกว่าจะขึ้นตัว Hจากนั้นกดปุ่ม color หรือ black ตามรูปด้านบนอย่างใดอย่างหนึ่ง ( อ่านขั้นตอนให้เข้าใจตามคำอธิบายในรูป )



  • เมื่อทำความสะอาดหัวพิมพ์ตามขั้นตอนปกติแล้ว ยังไม่หาย ให้ล้างหัวพิมพ์อย่างละเอียดตามขั้นตอนที่ 2 นี้ โดยกดปุ่มใน (1 )จนขึ้นตัว yแล้วเลือก สี หรือดำ และรอจนกว่าไฟสถานะเครื่องจะกลับมาเป็นเลข 1
  • ถ้ายังไม่หายให้ทำซ้ำขั้นตอนนี้อีกจนกว่าสีจะกลับมาเป็นปกติ


( การล้างหัวพิมพ์นี้ ใช้ได้กับกรณีที่สีอุดตัน ในกรณีที่หัวพิมพ์เสียหายหรือหมดอายุจะต้องเปลี่ยนหัวใหม่ )
อ่านคู่มือที่มากับเครื่องที่ลงไว้ในคู่มืออิเลคทรอนิคส์ ที่บริษัทให้มาโดยตรง

ถ้ามีรหัสขึ้นมา ให้ดูรายละเอียดในหน้ารหัสระบุข้อผิดพลาดหรือในบล็อกนี้ได้

วิธีอ่านรหัสข้อผิดพลาดของเครื่องพิมพ์ยี่ห้อcanon


U305

รหัสระบุข้อผิดพลาดแสดงขึ้นบนจอ LED

สัญญาณไฟเตือนติดสว่างเป็นสีส้ม


เมื่อ เครื่องเกิดข้อผิดพลาด สัญญาณไฟ เตือน(Alarm) ติดสว่างเป็นสีส้มและรหัสข้อผิดพลาดดังต่อไปนี้จะแสดงบนจอ LED ตรวจสอบรหัสระบุข้อผิดพลาดบนจอ LED และทำสิ่งที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด

* สัญญาณไฟ เตือน(Alarm) ไม่ติดสว่าง ขึ้นอยู่กับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

หมายเหตุ
'รหัสสนับสนุน' ในตารางด้านล่างนี้หมายถึงหมายเลขข้อผิดพลาด ซึ่งจะปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับข้อความเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
รหัสสนับสนุน
รหัสระบุข้อผิดพลาด
สาเหตุ
การดำเนินการ
1003
E, 0, 2





(การแสดงค่าจอ LED)
คลิกที่รูปเพื่อขยาย
กระดาษในเครื่องหมด/ไม่มีการป้อนจ่ายกระดาษ
ป้อนกระดาษในเทรย์ด้านหน้าและกดปุ่ม สีดำ(Black) หรือ สี(Color)
เมื่อคุณป้อนกระดาษ ใส่ปึกกระดาษจนกระทั่งขอบกระดาษแตะกับด้านนอกของเทรย์ด้านหน้า
1300
1303
E, 0, 3






(การแสดงค่าจอ LED)
กระดาษติดค้าง
กระดาษอาจมีการติดค้าง นำกระดาษที่ติดค้างออก ป้อนกระดาษใหม่ให้ถูกต้องใส่ในเครื่องจากนั้นกดปุ่ม สีดำ(Black) หรือ สี(Color)
1687
E, 0, 4






(การแสดงค่าจอ LED)
ม่ได้ติดตั้งคาร์ทริด FINE
ไม่ได้ติดตั้งคาร์ทริด FINE
เปิดฝาครอบออกกระดาษ เมื่อฝาครอบส่วนหัวเปิดขึ้น ดันคานโยกตัวล็อกคาร์ทริดหมึกเพื่อยืนยันว่าคาร์ทริด FINE ได้ถูกติดตั้งอย่างถูกต้อง จากนั้น ปิดฝาครอบออกกระดาษ
หากยังไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาด ให้เอาคาร์ทริด FINE ออก แล้วติดตั้งใหม่อีกครั้ง
1401
1403
E, 0, 5





(การแสดงค่าจอ LED)
ไม่ได้ติดตั้งคาร์ทริด FINE อย่างเหมาะสม/คาร์ทริด FINE ที่เหมาะสมไม่ได้ติดตั้ง
  • คาร์ทริด FINE ไม่ได้ติดตั้ง
    ติดตั้งคาร์ทริด FINE

  • คาร์ทริด FINE ที่เหมาะสมไม่ได้ติดตั้ง
    ใส่คาร์ทริด FINE ที่เหมาะสม

หากยังไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้ กรุณาติดต่อศูนย์บริการ
1485
E, 05




(การแสดงค่าจอ LED)
คาร์ทริด FINE ที่เหมาะสมไม่ได้ติดตั้ง
คาร์ทริดหมึกที่เหมาะสมไม่ได้ติดตั้ง
การพิมพ์ไม่สามารถทำการได้เพราะคาร์ทริดหมึกไม่สามารถใช้งานได้กับเครื่องนี้
ติดตั้งคาร์ทริดหมึกที่เหมาะสม
หากคุณต้องการเลิกการพิมพ์ ให้กดปุ่มStop/Reset ของเครื่อง

1202
E, 0, 6







(การแสดงค่าจอ LED)
ฝาครอบออกกระดาษเปิดขึ้น
ฝาครอบออกกระดาษเปิดขึ้น ปิดฝาครอบออกกระดาษ
1486
1487
E, 0, 7







(การแสดงค่าจอ LED)
ใส่คาร์ทริด FINEไม่ถูกตำแหน่ง
ตรวจสอบว่าติดตั้งคาร์ทริด FINE แต่ละอันในตำแหน่งที่ถูกต้อง
1702
1704
1712
1714
E, 0, 8







(การแสดงค่าจอ LED)
ตัวดูดซับหมึกใกล้จะเต็ม(ตัวนี้จะเป็น
ฟองน้ำรองอยู่ใต้หัวพิมพ์ด้านในขวาสุดบริเวณที่หัวพิมพ์เตรียมพร้อม)
กดปุ่ม สีดำ(Black) บนเครื่องหรือ สี(Color) เพื่อทำการพิมพ์ต่อไป ติดต่อศูนย์บริการ
4100
E, 1, 2







(การแสดงค่าจอ LED)
ไม่สามารถพิมพ์เนื้อหาบน CREATIVE PARK PREMIUM
คุณไม่สามารถพิมพ์เนื้อหาบน CREATIVE PARK PREMIUM
เมื่อคุณพิมพ์เนื้อหาบน CREATIVE PARK PREMIUM ให้ยืนยันข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้ตรวจสอบว่ามีการติดตั้ง Canon คาร์ทริด FINE อย่างถูกต้อง จากนั้นเริ่มการพิมพ์อีกครั้ง
1686
E, 1, 3









(การแสดงค่าจอ LED)
ไม่สามารถตรวจวัดระดับหมึกที่คงเหลือได้
หมึกอาจจะหมดแล้ว
ฟังก์ชันการตรวจสอบระดับหมึกที่เหลืออยู่จะปิดใช้งานอยู่  เนื่องจากระดับหมึกไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง
หากคุณต้องการพิมพ์ต่อไปโดยไม่ใช้ฟังก์ชันนี้ ให้กดปุ่ม[Stop/Reset] ของเครื่องอย่างน้อย 5 วินาที
Canon แนะนำให้คุณใช้คาร์ทริดหมึกที่แท้ของ Canon แบบใหม่ เพื่อได้คุณภาพที่ดีที่สุด

โปรด สนใจที่ว่า Canon จะไม่รับผิดชอบต่อการทำงานผิดปกติหรืออุปสรรคของเครื่องพิมพ์ซึ่งอาจจะก่อ ให้เกิดขึ้นโดยการดำเนินการพิมพ์ต่อไปในสภาวะหมึกหมด
1684
E, 1, 4






(การแสดงค่าจอ LED)
ไม่พบคาร์ทริด FINE
คาร์ทริดหมึกไม่สามารถรู้จักได้
การพิมพ์ไม่สามารถทำการได้เนื่องจากคาร์ทริดหมึกอาจไม่ได้ติดตั้งอย่างถูกต้องหรืออาจไม่สามารถใช้งานได้กับเครื่องนี้
ติดตั้งคาร์ทริดหมึกที่เหมาะสม
หากคุณต้องการเลิกการพิมพ์ ให้กดปุ่มStop/Reset ของเครื่อง
1682
E, 1, 5


(การแสดงค่าจอ LED)
ไม่พบคาร์ทริด FINE
ไม่พบคาร์ทริด FINE
เปลี่ยนคาร์ทริด FINE

หากยังไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาด คาร์ทริด FINE อาจได้รับความเสียหาย ติดต่อศูนย์บริการ
1688
E, 1, 6







(การแสดงค่าจอ LED)
หมึกหมดแล้ว
หมึกหมดแล้ว
ให้แทนที่คาร์ทริดหมึกแล้วปิดฝาครอบออกกระดาษ

หากพิมพ์งานค้างอยู่และคุณต้องการพิมพ์ต่อไป ให้กดปุ่ม Stop/Resetของเครื่องอย่างน้อย 5 วินาทีในขณะที่ยังติดตั้งคาร์ทริดหมึกอยู่ แล้วการพิมพ์จะทำต่อในสภาวะหมึกหมด
ฟังก์ชันการตรวจสอบระดับหมึกที่เหลืออยู่จะปิดใช้งานอยู่
ให้แทนที่คาร์ทริดหมึกที่หมดทันทีหลังจากการพิมพ์ หากเลือกพิมพ์ต่อในกรณีหมึกหมด คุณภาพการพิมพ์ของผลลัพธ์จะเป็นที่ไม่น่าพอใจ
1250
E, 1, 7







(การแสดงค่าจอ LED)
เทรย์ด้านหน้าปิด
เปิดเทรย์ด้านหน้าเพื่อทำการพิมพ์ต่อ
-
E, 3, 0







(การแสดงค่าจอ LED)
ขนาดของต้นฉบับไม่สามารถถูกตรวจพบอย่างถูกต้อง หรือ เอกสารมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเลือก ตามขนาดหน้า
  • ตรวจสอบว่าต้นฉบับถูกวางบนกระจกแท่นวางอย่างถูกต้อง
  • ตรวจสอบตำแหน่งและทิศทางของต้นฉบับที่วางบนกระจกแท่นวาง
-
E, 3, 1







(การแสดงค่าจอ LED)
เครื่องไม่ได้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
เชื่อมต่อเครื่องและคอมพิวเตอร์ โดยใช้สายเคเบิล USB
1890
E, 4, 0





(การแสดงค่าจอ LED)
วัตถุป้องกันคาร์ทริด FINE หรือเทปติดอยู่
ตรวจสอบภายในเครื่อง หากวัตถุป้องกันหรือเทปติดอยู่ ให้นำออก
-
E, 5, 0














(การแสดงค่าจอ LED)
การสแกนแผ่นการจัดตำแหน่งหัวพิมพ์ล้มเหลว
กดปุ่ม Stop/Reset เพื่อออกจากข้อผิดพลาด จากนั้นทำตามคำอธิบายด้านล่าง
  • ตรวจสอบว่าแผ่นการจัดตำแหน่งหัวพิมพ์ถูกวางบนกระจกแท่นวางในตำแหน่งและแนวทางที่ถูกต้อง
  • ตรวจสอบว่ากระจกแท่นวางและแผ่นการจัดตำแหน่งหัวพิมพ์ไม่เปรอะเปื้อน
  • ตรวจสอบชนิดและขนาดของกระดาษที่ป้อนว่าเหมาะสำหรับการจัดตำแหน่งหัวพิมพ์โดยอัตโนมัติ
    ต้องใช้แผ่นกระดาษธรรมดาขนาด A4  หรือ letter ในการจัดตำแหน่งหัวพิมพ์โดยอัตโนมัติเสมอ
  • ตรวจสอบหากหัวพิมพ์อุดตัน
    พิมพ์รูปแบบตรวจหัวฉีดเพื่อตรวจสอบสถานะของหัวพิมพ์

หากข้อผิดพลาดไม่ได้รับการแก้ไข ให้เชื่อมต่อเครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์และปรับหัวพิมพ์ในไดรเวอร์เครื่องพิมพ์

สัญญาณไฟเตือนกะพริบเป็นสีส้ม




เมื่อสัญญาณไฟ เตือน(Alarm) กะพริบและรหัสข้อผิดพลาดดังต่อไปนี้แสดงบนจอ LED อาจเกิดข้อผิดพลาดที่คุณจำเป็นต้องติดต่อศูนย์บริการ





รหัสสนับสนุน
รหัสระบุข้อผิดพลาด
การดำเนินการ
5100
P, 0, 2

(การแสดงค่าจอ LED)
ยก เลิกการพิมพ์ ให้ปิดเครื่อง จากนั้นให้เอากระดาษที่ติดออก หรือเอาวัสดุที่ขวางไม่ให้ตัวยึดคาร์ทริด FINE เคลื่อนที่ออก จากนั้นเปิดเครื่องอีกครั้ง
ข้อสำคัญ
  • ระวังอย่าสัมผัสชิ้นส่วนภายในเครื่อง เครื่องอาจไม่สามารถพิมพ์งานได้ถูกต้องหากสัมผัสบริเวณดังกล่าว
  • หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ กรุณาติดต่อศูนย์บริการ
5B02
5B04
5B12
5B14
P, 0, 7

(การแสดงค่าจอ LED)
เครื่องเกิดข้อผิดพลาด
ติดต่อศูนย์บริการ
B200
P, 1, 0

(การแสดงค่าจอ LED)
ปิดเครื่อง และถอดสายไฟของเครื่องออกจากเต้ารับไฟฟ้า
ติดต่อศูนย์บริการ
5011
5012
5200
5400
6000
6800
6801
6930
6931
6932
6933
6936
6937
6938
6940
6941
6942
6943
6944
6945
6946
กรณีอื่นเหนือกว่า:
ปิดเครื่อง และถอดสายไฟของเครื่องออกจากเต้ารับไฟฟ้า
เสียบเครื่องกลับเข้าที่และเปิดเครื่องใหม่
หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ กรุณาติดต่อศูนย์บริการ



  • ขอบคุณข้อมูลจากบริษัทแคนอน
  • กังวาล ทองเนตร

นครรัฐคืออะไร


นครรัฐ( City-state หรือ ศัพท์รัฐศาสตร์มักใช้คำว่า Polis)

  • นครรัฐเป็นส่วนหนึ่งในวิวัฒนาการทางการเมืองการปกครอง มนุษย์โลกยุคโบราณอาศัยอยู่ตามถ้ำ รูปร่างหน้าตาก็ยังไม่เหมือนมนุษย์ในปัจจุบัน ดังนั้นมนุษย์ในยุคนั้นจึงยังไม่มีระบบการปกครองที่ชัดเจน

  • ในยุคต่อมาเมื่อมนุษย์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงเกิดการรวมตัวกันขึ้น ในรูปแบบชนเผ่า มีหัวหน้าเผ่าเป็นผู้ปกครอง เราจึงถือว่า รูปแบบการปกครองได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคชนเผ่า


โดยในแต่ละชนเผ่า ก็มักจะเป็นกลุ่มคนทีมีสายสัมพันธ์กัน ตั้งแต่เกี่ยวพันกันโดยสายเลือด เกี่ยวพันทางการแต่งงาน เป็นต้น ในหนึ่งชนเผ่าอาจมีหลายตระกูลมารวมกันเป็นชนเผ่า 

ลักษณะพิเศษของชนเผ่าคือ จะมีวัฒนธรรม ความเชื่อหรือสิ่งเคารพ เป็นของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบรรพบุรุษที่ถูกยกให้เป็นเทพประจำเผ่านั้นๆ มีภาษาพูดเป็นของตนเอง

  • เมื่อชนเผ่าขยายประชากรเพิ่มมากขึ้นเป็นสังคมใหญ่ มีความซับซ้อนทางสังคมมากขึ้น ความสัมพันธ์แบบครอบครัวลักษณะชนเผ่าเริ่มห่างกันออกไป 
  • การสืบทอดตำแหน่งในสังคมจึงเปลี่ยนไป จากเดิม ที่สืบทอดทางสายโลหิต เปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น 
  • เมื่ออาณาเขตขยาย การเมืองการปกครองก็ถูกปรับเปลี่ยนไปตามสภาพ เมื่อหลายๆเผ่าชนรวมตัวกันขึ้น จึงเกิดเป็นรูปแบบการปกครองใหม่ เรียกว่า นครรัฐ


นครรัฐ และ ลักษณะของนครรัฐ
  • นครรัฐ จะมีลักษณะเป็นเอกเทศ มีอิสระทางการเมือง จากภายนอก
  • นครรัฐ จะต้องมีกฎ ระเบียบ ในการควบคุมพฤติกรรม และกำหนดบทบาทและวิถีชีวิต ของพลเมืองใน นครรัฐของตนเองอย่างชัดเจน
  • นครรัฐ จะมีอิทธิพลเหนือเขตรอบนอกด้วย
ตัวอย่างนครรัฐในอดีต เช่น นครรัฐอูร์ นครรัฐบาบิโลน หรือในกรีกโบราณ ก็จะมีนครรัฐใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อนครรัฐอื่น อาทิ  เอเธนส์ ( Athens ) สปาร์ตา โอลิมเปีย  ธีบีส คอรินท์ เป็นต้น

  • การจัดรูปแบบการปกครองในแต่ละนครรัฐ จะแตกต่างกันออกไป เช่น ที่ เอเธนส์ จะปกครองในลักษณะเป็น ประชาธิปไตยทางตรง ส่วนสปาร์ตา จะจัดรูปแบบปกครองเป็นแบบเผด็จการ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแบ่ง ประชากร ออกจากกันเป็นกลุ่มด้วย ในนครรัฐของกรีกโบราณ เช่น สปาร์ตา จะแบ่งประชากร ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ดังนี้
  1. พลเมือง (  Citizen) ในสปาร์ตา เรียกว่า สปาร์ติเอท ( Spartiates) พวกนี้เป็นเชื้อสาย ดอเรียน เป็นชนชั้นปกครอง และเป็นเผ่าเดียวที่มีสิทธิทางการเมือง
  2. พวกต่างชาติ หรือเรียกว่า เพริออไค ( Perioeci ) พวกนี้ไม่มีสิทธิทางการเมืองในสปาร์ตา แต่มีสิทธิในการประกอบอาชีพทำการค้าอย่างเสรี
  3. พวกชนพื้นเมือง และพวกทาสติดดิน ( Serf) หรือที่เรียกว่า เฮลอท- เซิร์ฟ ( Helot-Serf) ชะตาชีวิตของคนกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับผู้ เป็นนายกำหนด
  • นี่คือลักษณะของอำนาจควบคุมประชาชากร และกำหนดบทบาทประชากร ของผู้ปกครองในนครรัฐ
ในหนึ่งนครรัฐ จะมีผู้ปกครองสูงสุดเป็นราชา หรือกษัตริย์
  • คำว่า กษัตริย์ ( King ) ที่ใช้ในปัจจุบัน มาจากรากศัพท์เดิมในภาษาอังกฤษโบราณ คือ คินน์ ( Cynn) ในยุคต้นคำว่า คินน์ หมายถึง หัวหน้าหรือผู้เป็นหัวหน้า หรือตัวแทนของกลุ่มญาติ ( Kins) ในศัพท์เดิม หมายถึง ผู้ไกล่เกลี่ย หรือตุลาการ หมายถึงผู้นำ และหมายถึงนักรบหรือผู้ปกป้องวงศ์ตระกูลของตนเอง

  • ต่อมาคำว่า King ได้แปลงมาจากภาษาลาติน คือคำว่า  Rex หมายถึงผุ้นำทางศาสนาและพิธีกรรม และศัพท์คำนี้ยังเกี่ยวพันกับภาษาอินดูยูโรเปียน ในคำว่า regulation
ตัวอย่าง นครรัฐในไทย สมัยโบราณ

  • หิริภุญไชย (ลำพูน )
  • เวียงโกไสย ( แพร่ )
  • ชากังราว ( กำแพงเพชร )
  • เวียงพิงค์ (เชียงใหม่ )
  • เขลางนคร (ลำปาง )
  •  ศรีนครลำดวน (ศรีสะเกษ )
  • สกลนคร
  • พระบาง
  • สุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี )
  • ละโว้ ( ลพบุรี ) เป็นต้น
   (ซึ่งแต่ละนครรัฐ จะมีผู้ปกครอง และเป็นอิสระทางการเมือง)

  • นครรัฐที่ยังคงสถานะในปัจจุบันก็คือ นครรัฐวาติกัน ซึ่งอยู่ในประเทศอิตาลี ซึ่งมีลักษณะเป็นรัฐซ้อนรัฐอยู่ในประเทศอิตาลี แต่นครรัฐวาติกัน ปัจจุบันเป็นเพียงนครรัฐทางศาสนาของนิกายโรมันแคทอลิก มีสันตะปาปา หรือโป๊ป เป็นผู้ปกครอง

  • เมื่อนครรัฐ หลายๆนครรัฐ รวมกันขึ้น ก่อกำเนิด การปกครองใหม่เรียกว่า จักรวรรดิ์ 
จักวรรดิ์ จะมีการขยายเขตแดน และอิทธิพลออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่น จักรวรรดิ์โรมัน หรือในยุคของ นโปเลียน  จักรวรรดิ์มองโกล เป็นต้น

  • เมื่อจักรรดิ์ แตกตัว เสื่อมลง ก็จะเกิดรูปแบบ รัฐ-ชาติ ขึ้นมาแทน
ดังนั้นลักษณะของ นครรัฐ จึงมีรูปแบบมีแบบแผนการปกครอง ซึ่งมีลักษณะเป็นอิสระ เป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อใคร และมีวัฒนธรรม มีภาษา มีกองกำลัง (ทหาร )มีแบบแผนทางเศรษฐกิจ ที่เป็นแบบแผนของตัวเอง มีการควบคุมหรือแบ่งแยก บทบาทหน้าที่ของประชากรอย่างชัดแจ้ง รวมถึงควบคุมกำหนดวิถีชีวิตประชากร จากผู้ปกครองนครรัฐนั้นๆด้วย

  • นครรัฐจึง เป็นคนละเรื่องกับการปกครองรูปแบบพิเศษ ซึ่งการปกครองรูปแบบพิเศษ เป็นการจัดการอำนาจที่ รัฐบาลกลางมีอยู่ ไปให้กับท้องถิ่นเพียงบางส่วน เพื่อความคล่องตัว แต่ไม่ได้ยกอำนาจบริการสาธารณะทั้งหมดไปให้ท้องถิ่นแต่อย่างใด เช่น ด้านความมั่นคง หรือบริการสาธารณะขนาดใหญ่ยังจัดโดยรัฐบาลกลาง

ซึ่งในประเทศไทย การจัดการปกครองท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบดังนี้
  1. รูปแบบทั่วไป ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ. ) องค์การบิหารส่วนตำบล ( อบต. ) และ เทศบาล ( สท )
  2. รูปแบบพิเศษ มี 2 องค์การบริหาร คือ กรุงเทพมหานคร และ เมืองพัทยา
  • กรุงเทพมหานคร มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากเมืองพัทยาคือ โดยฐานะของกรุงเทพมหานครแล้ว เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ซึ่งมีขนาด โครงสร้างทางประชากร และความซับซ้อนทางสังคม มากกว่าเมืองพัทยา ส่วนเมืองพัทยา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตำบลในจังหวัดชลบุรีเท่านั้น
  • แต่สถานะภาพของเมืองพัทยา จัดเป็นเทศบาลนคร

  • ดังนั้นทั้งเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร จึงนำไปเปรียบเทียบกับการปกครองยุคโบราณ ที่เรียกว่า นครรัฐไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

กังวาล ทองเนตร รัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง