Koungwhal Thongnetra

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา (ปัญญาคือแสงสว่าง ส่องทางชีวิต )123EE.BLOGSPOT.COM

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หัวใจสำคัญของธรรมาภิบาล


หลักธรรมาภิบาล

หลักธรรมาภิบาล ซึ่งเรา มักจะพูดหรือมักจะได้ยินกันอยู่เป็นประจำแท้จริงแล้วมีที่มาที่ไปอย่างไร

แนวคิดหลักธรรมาภิบาล หรือ Good Governance ของประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นมาจาก 
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับ พ.ศ.2551 ในมาตรา 3/1

  • โดยความในมาตรา 3/1 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีข้อความดังต่อไปนี้


" มาตรา 3/1 การบริหารราชการตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภาระกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งนี้ โดยมีผู้รับผิดชอบต่อผลของงาน "

จากข้อความในมาตราดังกล่าวทำให้รัฐบาลไทยได้ตรา พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 ขึ้นมา มีทั้งสิ้นจำนวน 9 หมวด รวม 53 มาตรา และมีการบันทึกเหตุผลในการตรา พ.ร.ฏ.ขึ้นมาไว้ใน หมายเหตตอนท้าย พ.ร.ฎ.นี้ด้วย

ซึ่ง พ.ร.ฎ.นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2546 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ตุลาคม 2546 ถัดจากวันประกาศ 1 วัน

  • ธรรมาภิบาลมีหลักการสำคัญอยู่ 6 หลัก และมีเป้าหมายในการปฏิบัติ 7 เป้าหมาย ดังนี้


หลักธรรมาภิบาล 6 หลักคือ
  1. หลักนิติธรรม (The Rule of Law )
  2. หลักคุณธรรม (Morality)
  3. หลักความโปร่งใส (Accountability)
  4. หลักการมีส่วนร่วม (Participation)
  5. หลักความรับผิดชอบ (Responsibility)
  6. หลักความคุ้มค่า (Cost )

  • ส่วนเป้าหมาย 7 เป้าหมายมีดังนี้

  1. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
  2. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
  3. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
  4. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกินความจำเป็น
  5. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
  6. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
  7. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอยู่สม่ำเสมอ



โดย พ.ร.ฎ.ฉบับบนี้ได้ระบุให้ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรมและหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของราชการ ฝ่ายบริหาร ต้องจัดทำธรรมาภิบาลให้ครบ ตาม 7 เป้าหมาย รวมไปถึงรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานในส่วนราชการก็มีผลผูกพันไปด้วย

อีกทั้งได้กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ต้องจัดทำ เป้าหมายของธรรมาภิบาลอย่างน้อย 2 เป้าหมายคือ เป้าหมายที่ 4 และเป้าหมายที่ 6เป็นอย่างน้อย และให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.ฎ.นี้



กังวาล  ทองเนตร รัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครองมหาวิทยาลัยรามคำแหง



วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กลุ่มประเทศโลกที่1-3คืออะไร


การแบ่งกลุ่มโลกที่ 1-3

เรามักจะได้ยินมีการเรียกประเทศโลกที่ 1 ประเทศโลกที่ 2 หรือประเทศโลกที่ 3 อยู่เป็นประจำ
แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายของศัพทฺ์คำนี้

การแบ่งโลกออกเป็น 3 กลุ่มประเทศ มีจุดเริ่มต้นขึ้นในยุคหลังสงครามเย็น 

ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง สองค่ายยักษ์ใหญ่ คือ ค่ายเสรีประชาธิปไตย (อเมริกา ) และค่าสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (สหภาพโซเวียต ) โดยการแบ่งนี้ แบ่งตามลักษณะรูปแบบการปกครอง และระบบเศรษฐกิจดังนี้

  1. กลุ่มประเทศโลกที่ 1 หมายถึงกลุ่มประเทศที่มีรูปแบบการปกครองแบประชาธิปไตยมีระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมหรือการตลาดเสรี กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม เช่น อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อังกฤษ  เยอรมัน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น เป็นต้น
  2. กลุ่มประเทศโลกที่ 2 คือกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดการปกครอง และระบบเศรษฐกิจแบบ สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ หรือมักเรียกอีกอย่างว่า กลุ่มประเทศหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่น รัสเซีย จีน  ยูเครน คาซัคสถาน โปแลนด์ ฮังการี เป็นต้น
  3. กลุ่มประเทศโลกที่ 3 ได้แก่ กลุ่มประเทศที่ไม่มี ระบบเศรษฐกิจและการปกครองเป็นของตนเองเป็นการจำเพาะ แต่จะนำเอาการปกครอง และระบบเศรษฐกิจของ กลุ่มโลกที่ 1 โลกที่ 2 มาปรับใช้ ซึ่งมักเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มประเทศยากจน เช่น เอเซีย เกาหลีเหนือ ไทย อินเดีย กัมพูชา ฯลฯ และแถบประเทศละตินอเมริกา แอฟริกา และประเทศยากจนอื่นอีกทั่วโลก
  • สรุปการแบ่งกลุ่มประเทศโลกที่ 1-3 จึงเป็นการแบ่งตามลักษณะรูปแบบการปกครอง ฐานะทางเศรษฐกิจ และระบบเศรษฐกิจ เป็นหลัก

กังวาล  ทองเนตร คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครองมหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

เป้าหมายของการมีรัฐธรรมนูญ

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (ไทย)


รัฐธรรมนูญ ( constitution ) ที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คือ รัฐธรรมนูญของประเทศ สหรัฐอเมริกา ซึ่งร่างขึ้นโดย มหาบุรุษ 3ท่าน ของอเมริกาคือ

  1. เบญจมิน แฟรงคลิน
  2. เจมส์ เมดิสัน
  3. อเล็กซานเดอร์  แฮมิลตัน
ซึ่งรัฐธรรมนูญของอเมริกา มีเพียง 7 มาตรา เท่านั้น


รัฐธรรมนูญ อเมริกา


  • ส่วนประเทศอังกฤษ ไม่มีรัฐธรรมนูญ มีเพียงแค่ แมกนาคาร์ตา ซึ่งจารึกเป็นภาษา ละตินแปลว่าเอกสารแผ่นใหญ่ ที่ไม่นับแมกนาคาร์ตาว่ารัฐธรรมนูญ สืบเนื่องมาจาก เนื้อหาใน แมกนาคาร์ตา เป็นเพียงข้อตกลง หรือ สัญญา ระหว่าง กษัตริย์ กับขุนนางอังกฤษในยุคสมัยนั้นเท่านั้น ไม่มีข้อความส่วนใดที่ กำหนด รูปแบบรัฐ โครงสร้างรัฐ โครงสร้างอำนาจ หรือส่วนอื่นๆ ดังนั้นแมกนาคาร์ตา จึงไม่นับเป็นรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

แมกนาคาร์ตา

รัฐธรรมนูญ ( constitution ) คือกฎหมายแม่แบบ ที่ใช้ในการปกครองประเทศแต่ละประเทศ  เหตุที่รัฐธรรมนูญ ถูกยกให้เป็นกฎหมายแม่ หรือกฎหมายสูงสุด ก็สืบเนื่องมาจาก เนื้อหาในรัฐธรรมนูญจะประกอบด้วยสิ่งต่างๆดังนี้


  1. มีการกำหนดโครงสร้างของรัฐ หรือประเทศ หรือรูปแบบของรัฐ ว่าจะให้เป็นรูปแบบใด เช่น สาธารณะรัฐ ( republic ) สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ( socialism ) ราชอาณาจักร (Kingdom )  เป็นต้น
  2. มีการกำหนดโครงสร้างอำนาจ ว่าแต่ละฝ่ายมี โครงสร้างอำนาจ หน้าที่อย่างไร เช่น ฝ่ายบริหารมีวิธีการเข้าสู่อำนาจอย่างไร และออกจากอำนาจอย่างไร หรือผ่ายตุลาการ นิติบัญญัติ มีโครงสร้างอำนาจอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร มีการแยกอำนาจหรือแบบรวมศูนย์อำนาจ
  3. มีการกำหนดรูปแบบการปกครองรัฐหรือประเทศ ว่าใช้รูปแบบการปกครองใด อาทิ รูปแบบประธานาธิบดีแยกอำนาจ (อเมริกาเป็นต้นแบบ ) รูปแบบรัฐสภา (อังกฤษ เป็นต้นแบบ ) รูปแบบกึ่งประธานาธิบดี กึ่งรัฐสภา ( ฝรั่งเศส เป็นต้นแบบ ) หรือรุปแบบอื่นๆเช่น ราชาธิปไตย แบบชนเผ่า เป็นต้น
  4. มีการกำหนดสถาบันต่างๆในทางสังคมขึ้น และแต่ละสถาบัน มีความความสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกันอย่างไร เช่น สถาบันพระมหากษัตริย์ หรือ ประธานาธิบดี (ในส่วนที่ทำหน้าที่ ประมุขแห่งรัฐ ) สถาบันทางการเมือง สถาบันทางตุลาการ สถาบันทางการศึกษา และสถาบันทางสังคมอื่นๆ
  5. มีการกำหนดโครงสร้าง หน่วยงานทางการปกครอง มีกี่ระดับ ระดับใดบ้าง มีความสัมพันธ์กันอย่างไร มีการจัดการปกครอง อย่างไร
  6. มีการกำหนดขั้นตอนการใช้อำนาจ ทั้งฝ่ายบริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ ว่ามีขั้นตอนระเบียบปฏิบัติอย่างไร
  7. มีการกำหนดบทบาท สิทธิ หน้าที่ ของ พลเมือง หรือสมาชิกในสังคมนั้นๆว่าต้องมี บทบาท สิทธิ หน้าที่ อย่างไร
  8. มีการกำหนดและคุ้มครอง หรือ รับรอง  บทบาท หน้าที่ สิทธิ ของพลเมืองในประเทศนั้นๆว่าจะได้รับการคุ้มครอง ดูและจากรัฐอย่างไร
  9. มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ของฝ่ายบริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ ที่พึงกระทำต่อ รัฐ พลเมืองของตนอย่างไร
  • ซึ่งโดยรวมแล้วจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญ กำหนดโครงสร้างหลักๆของประเทศ  ต่างๆเอาไว้แบบ กว้างๆไม่เจาะลึกลงในรายละเอียด ซึ่งจะไปเขียนไว้ในกฎหมายลูกแทน
  • ดังนั้นหลักการบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตามรูปแบบประชาธิปไตย (ที่เป็นสากล )  จะมุ่งเน้นไปที่ การรับรอง บทบาท หน้าที่ สิทธิทางธรรมชาติ ของมนุษย์ที่พึงมีพึงได้อยู่ก่อนแล้วตามธรรมชาติ ให้มีความถูกต้อง ชอบธรรม มากขึ้นเท่านั้นเอง 
  • รัฐธรรมนูญตามหลักประชาธิปไตยสากลจึงไม่ใช่ การบัญญัติความต้องการของชนชั้นปกครอง ว่าต้องการ กระทำ หรือไม่กระทำสิ่งใด ต่อชนชั้นถูกปกครอง หากแต่เป็นการรับรองสิทธิ ต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่แล้วตามธรรมชาติ ให้ถูกต้องยิ่งขึ้นและเป็นสากล
  • รัฐธรรมนูญที่ดี จึงไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นจากความต้องการของชนชั้นปกครอง หรือกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากแต่ เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ถูกบัญญัติขึ้น หรือ ทำลายอุปสรรคต่างๆ ที่จะก่อปัญหา ที่จะกระทบสิทธิ พลเมือง หรือ อำนวยความสะดวก หรือสนองตอบความต้องการของพลเมือง เป็นหลัก


กังวาล  ทองเนตร คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง


อดอป ฮิตเลอร์ (ฟาสซิสต์ เยอรมัน )


โฮจิมินต์ (เวียตนาม)


เบนิโต มุสโสลินี (บิดาผู้ก่อตั้งระบอบฟาสซิสต์ อิตาลี )


อินทิรา  คานธี (อินเดีย )


เลนิน ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ (โซเวียต-รัสเซีย )

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

ปัญหาพรรคการเมืองไทยตอนที่2


ในตอนที่แล้วผมได้พูดถึงปัญหาในระดับสาขาพรรคและศูนย์ประสานงานพรรค รวมถึงการที่พรรคการเมืองไม่ใส่ใจที่จะขยายสาขาพรรคอย่างจริงจัง ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจาก สถานที่ก่อตั้งสาขาพรรค ซึ่งเป็นของพรรคการเมืองโดยตรง จะไม่มี แต่จะเป็นของสมาชิกพรรคบางคนที่มีกำลังในพรรคเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลถึงการคัดสรรคนลงเป็นกรรมการบริหารศูนย์/สาขาพรรคด้วย และรวมไปถึงตัวผู้สมัครในระดับต่างๆด้วย

ซึ่งปัญหานี้จะเห็นได้ชัดว่าเป็นโครงสร้างที่ไม่เปิดกว้างเป็นสาธารณะและปัญหาสถานที่ก่อตั้งสาขาพรรคมีน้อย ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจาก กฎหมาย ที่บังคับยึดทรัพย์พรรคการเมืองเมื่อ พรรคไม่ดำเนินกิการทางการเมืองหรือถูกยุบ จึงปรากฎความจริงว่า ส่วนที่เป็นทรัพย์สินพรรคการเมืองจริงๆแล้ว จึงมีเพียง โต๊ะ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ไม่กี่เครื่อง แก้วน้ำกระติกต้มน้ำ แก้วน้ำชา กาแฟเท่านั้นที่เป็นทรัพย์สินพรรคการเมือง ซึ่งผมได้เสนอทางแก้ไว้แล้ว

ในตอนนี้ผมจะพูดถึงปัญหาการเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ปัญหาการหาเสียง ภายในเขต

  • ปัญหาการเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นประตูด่านแรกของการก้าวขาเข้าสู่เวทีทางการเมือง จากการศึกษาจะพบว่า ประชาชนทั่วไป หรือบุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคทั่วไป ไม่สามารถ นำเสนอตัวเองเป็นตัวแทนพรรคลงสนามเลือกตั้งได้เลย ผู้ที่จะเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคได้ มีอยู่ 3 กรณีคือ
  1. มีความสัมพันธ์หรือใกล้ชิดกับบุคคลที่เป็นเจ้าของสถานที่ตั้ง สาขาหรือศูนย์ประสานงานพรรคเท่านั้น
  2. เป็นผู้มีชื่อเสียงทางสังคม หรือมีฐานะทางเศรษฐกิจดี ที่กรรมการบริหารเป็นผู้คัดสรรเลือกเข้ามาเองจากส่วนกลาง แล้วจัดสรรลงไปสู่ระดับภูมิภาค
  3. เป็นอดีต ส.ส. ส.ว. หรืออดีตนักการเมืองระดับอื่นๆ
ดังนั้นแม้ทางทฤษฎี สาขาพรรคหรือศูนย์ประสานงานพรรค สมควรเป็นผู้คัดสรรบุคคลที่มีความเหมาะสมในพื้นที่ เพื่อลงสมัครรับการเลือกตั้งเพื่อเป็นตัวแทนพรรค และส่งรายชื่อที่ทางศูนย์หรือสาขาพรรคมีมติเลือกบุุคคลนั้นๆ ส่งไปยังพรรคส่วนกลางอนุมัติเห็นชอบ
แต่ในทางปฏิบัติ สาขาหรือศูนย์ ฯ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของขั้นตอน กรรมวิธีให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

ซึ่งจะพบว่าส่วนใหญ่ถ้าถูกเลือกโดยศูนย์ฯ/สาขา ก็จะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับคนที่เป็นเจ้าของที่ตั้งศูนย์ฯ/สาขานั้นๆ หรือเป็นคนที่มีชื่อเสียงที่เดินเข้าไปสมัครโดยตรงกับพรรคใหญ่จากส่วนกลาง แล้วส่วนกลางค่อยแจ้งมายังศูนย์ /สาขาให้ทราบอีกที ว่าจะส่งใครลงสมัครพื้นที่นั้นๆ ซึ่งวิธีการนี้ ก่อให้เกิดปัญหาภายในขึ้น ในศูนย์ฯ/สาขา เป็นอย่างยิ่งซึ่งจะอธิบายต่อไป

  • ปัญหาการหาเสียงภายในเขตพื้นที่ ปัญหานี้สืบเนื่องมาจากปัญหาแรก จากการศึกษาพบว่าถ้าเขต เลือกตั้ง หรือระบบเลือกตั้งเป็นแบบ พวงใหญ่เรียงเบอร์ อาทิ เขตหนึ่ง มี 3คน เรียงเบอร์ 1-2-3จะมีปัญหาในการหาเสียงเป็นอย่างมากเริ่มจาก
  1. การแย่งกันเพื่อจะได้เป็นผู้สมัครเบอร์แรก ของทีม เช่น เบอร์ 1 2 3 ก็จะแย่งกันเป็น เบอร์ 1 เพื่อให้ตนเองเห็นชัดและถูกเลือกได้ง่าย
  2. ต้นทุนทางสังคมของผู้สมัครในทีมแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่นบางคนมีชื่อเสียง มีฐานะทางสังคมดีกว่า ผู้สมัครที่เหลือ ก็จะส่งผลต่อการรวมทีม การหาเสียง เพราะเวลาออกหาเสียงลงพื้นที่จริงๆ จะกลายเป็นว่า แตกทีมกัน ผู้สมัครที่มีชื่อเสียง มีฐานะดีกว่า ก็จะทิ้งลูกทีมคนอื่นๆ ผู้สมัครที่มีชื่อเสียงมีฐานะก็จะมี กำลัง ทั้งเงิน คน รถแห่ ตลอดจนถึงการทำป้ายหาเสียง แบบลูกโดด คือ ทำเฉพาะป้ายที่มีรูปมีเบอร์ตนเองเท่านั้น  ส่งผลกระทบต่อผู้สมัคร 2 คนที่เหลือ  ดังนั้นระบบเลือกตั้งแบบนี้ ผู้มีชื่อเสียง มีฐานะดีกว่า จะเป็นผู้ได้เปรียบ ผู้สมัครคนอื่นๆภายในทีม และส่งผลไปถึง การเกิดกล่มก้อน ความไม่สามัคคีกันภายในทีม
  3. สืบเนื่องจากข้อ 2 เมื่อมีผู้สมัครในทีมคนใดคนหนึ่งหาเสียงเดี่ยวทิ้งลูกทีม ก็จะส่งผลให้ ผู้สมัคร 2 คนที่เหลือ วิ่งหาตัวช่วย เช่น วิ่งเข้าหาผู้มีอิทธิพล มีเงิน มีกำลังในท้องที่ ให้ช่วยเหลือ ส่งผลให้เป็น ส.ส.มีเจ้าของ มีสังกัด มีระบบบุญคุณกันขึ้น และมีการตอบแทนกันขึ้นในภายหลัง เมื่อคนเหล่านั้นได้มีโอกาส บริหารประเทศ
  4. ปัญหาการเลือกตั้ง ระบบ พวงใหญ่เบอร์เดียว คือ ในเขตหนึ่ง มีผู้สมัคร 2-3 คนแต่ใช้เบอร์เดียวกัน  กรณีนี้จากการศึกษาพบว่า พรรคการเมืองจะกระจายผู้สมัครที่มีชื่อเสียง เป็นหัวหน้าทีมลงสมัครในเขตต่างๆ โดย พ่วงท้ายเอาผู้สมัครที่เหลือ ที่ไม่มีชื่อเสียง หรือหน้าใหม่ หรือ เป็นคนใกล้ชิด ร่วมทีมเข้าไปด้วย ระบบนี้ พบปัญหาตามมานอกจากที่กล่าวแล้วก็คือ ระบบบุญคุณ เช่นกัน เพราะผู้สมัครที่ โนเนม ถูกหนีบเข้าไปด้วยและได้เป็น ส.ส. ก็กลายเป็น เด็กในคาถาของ ผู้สมัครที่เป็นหัวหน้าทีมนั้นไป กลายเป็นกลุ่ม ก้อน หรือมุ้งเล็ก มุ้งใหญ่ ภายในพรรคขึ้นเช่นกัน
  5. ระบบเลือกตั้งแบบ เขตเดียวเบอร์เดียว หรือ วันแมน วันโหวต ระบบนี้สามารถแก้ปัญหา แบบพวงใหญ่ได้ชัดเจน คือผู้สมัครมีเอกเทศในการหาเสียง ไม่ถูกควบคุมหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลผู้สมัครอื่น แต่ ข้อเสียของระบบนี้ก็มี เช่น เส้นทาง การเป็นตัวแทนพรรค เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง นั่นเอง จะพบว่า ผู้ที่มีโอกาสได้ลงสมัครเป้นตัวแทนพรรค ก็ยังเป็นคนกลุ่มเดิม คือมีอิทธิพล ใกล้ชิดพรรค เป็นส่วนใหญ่

ปัญหาในข้อนี้ แก้ไขได้โดย ใช้ระบบเลือกตั้งขั้นต้น หรือไพแมรี่โหวต เปิดโอกาสให้ สมาชิกในพื้นที่ ได้ใช้สิทธิ์ ของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อเฟ้นหาคนลงรับสมัครเป็นตัวแทนพรรค จากนั้น ส่งรายชื่อให้ส่วนกลางอนุมัติ  เป็นการตัดอำนาจจากส่วนกลางออกไป ที่เข้ามาก้าวล่วงส่วนพื้นที่ระดับสาขาพรรค โอกาสหน้าผมจะเสนอปัญหาส่วนอื่นให้เห็นต่อไป

กังวาล ทองเนตร คณะรัฐศาสตร์เอกการปกครองมหาวิทยาลัยรามคำแหง







วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Affiliate อาชีทางเลือกใหม่ในโลกออนไลน์


Affiliate 
คำๆนี้ใหม่มากสำหรับคนไทย แต่สำหรับต่างประเทศเกิดอาชีพนี้มานานแล้วในธุรกิจอีคอมเมิร์ช เช่น www.ebay.com  หรือ www.amazon.com  ซึ่งสองเว็บยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ช อยู่ได้เพราะสมาชิกที่เป็น Affiliate ทั้งสิ้น

  • Affiliate คืออะไร หลายคนสนใจและตั้งคำถามมากมาย ถ้าจะแปลตรงๆตามลักษณะการทำงานก็คือนายหน้านั่นเองครับ  และเมื่อพูดถึงนายหน้าเราก็จะนึกถึง พวกนายหน้าค้าที่ดิน นั่นแหละครับประมาณนั้น คือ ไม่มีที่ดินอยุ่ในมือ แต่ไปรับงานมาขาย กินค่านายหน้าหรือค่าคอมมิสชั่น มากน้อยตามตกลงและเงื่อนไข


  • Affiliate ก็เช่นกัน เราไม่จำเป็นต้องมีสินค้าอยู่ในมือ เพียงแค่เรามี เว็บไซต์ เว็บบล็อกหรือสื่อสังคมออนไลน์อื่นเช่น Facebook, Twitter, Instagram ก็สามารถหาเงินเข้ากระเป๋าได้  ก่อนที่จะบอกว่า เราจะทำงานกันอย่างไรก็ต้องมาทำความเข้าใจกับ คำว่า Affiliate ให้ดีก่อน

Affiliate พอจะแบ่งออกได้ 2 กลุ่มคือ

  1. Affiliate  ทั่วไป หมายถึงเราท่านทั้งหลายที่ มีเครื่องมือต่างๆที่กล่าวมาแต่ข้างต้นแล้ว และอยากหารายได้ ผ่านสื่อที่เรามีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ ก็สมัครเข้าไป รับลิงค์สินค้าของตนเองหรือแบนเนอร์ไปทำการโปรโมทในสื่อของตนเองที่มีอยู่ เมื่อมีผู้คลิกลิงค์หรือแบนเนอร์นั้นเข้าไป กระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นลงทะเบียน กรอกประวัติ สั่งซื้อ หรือติดตั้งแอพ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ เราก็จะเกิดรายได้ตามข้อตกลงเป็นค่าคอมมอมิสชั่นตอบแทน
  2. Affiliate  Network หมายถึงนิติบุคคล ที่เป็นคนกลาง ระหว่างผู้จำหน่ายสินค้า และผู้ที่เป็น Affiliate มาเจอกัน โดยเมื่อเราสมัครเข้าไปเป็น Affiliate    กับ Affiliate  Network แล้ว เราก็จะสามารถนำลิงค์หรือแบนเนอร์ ของเจ้าของสินค้าที่ทำข้อตกลงไว้กับ Affiliate  Network  ไปใช้โปรโมทได้ ตามขั้นตอนเขา โดยที่เราไม่ต้องไปสร้างแบนเนอร์ หรือลิงค์ขึ้นมาเอง
  • Affiliate ไม่ใช่โปรแกรมหลอกคลิกโฆษณา แต่เป็นการสมัครเข้าไปเป็นตัวแทนการขายหรือนายหน้าจากว็บขายสินค้าหรือเจ้าของสินค้าโดยตรง และได้ค่าตอบแทนเป็นคอมมิสชั่นจากยอดขายมากน้อยแตกต่างกันไปตามเงื่อนไข
ทำความเข้าใจศัพท์


สำหรับผู้ที่เข้าใจดีแล้วก็ข้ามขั้นตอนนี้เข้าไปเลือกสมัครได้เลยครับ สำหรับมือใหม่ก้ต้องทำความเข้าใจก่อนครับ อย่างแรกคือ

แบนเนอร์ ( Banner) หมายถึง โค้ดโฆษณา ที่เป็นภาษา HTML จาวาสคริปต์ ซึ่งโค้ดนี้จะไม่แสดงใน สื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป จะแสดงได้ในเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกเท่านั้น

ตัวอย่าง โค้ด แบนเนอร์ 

<!-- Javascript Ad Tag: 501 -->
<div id="lazada5018FkOBM"></div>
<script src="http://lazada.go2cloud.org/aff_ad?campaign_id=501&aff_id=81289&format=javascript&format=js&divid=lazada5018FkOBM" type="text/javascript"></script>
<noscript><iframe src="http://lazada.go2cloud.org/aff_ad?campaign_id=501&aff_id=81289&format=javascript&format=iframe" scrolling="no" frameborder="0" marginheight="0" marginwidth="0" width="120" height="600"></iframe></noscript>

<!-- // End Ad Tag -->

  • ซึ่งจะมีขนาดที่แตกต่างกันหลายขนาด มีรายละเอียดมากมายหลายอย่าง เช่นตำแหน่งที่อยู่เว็บ ข้อมูล รหัสสินค้า ข้อมูลรหัส Affiliate  ตำแหน่งที่ตั้งรูปภาพ เป็นต้น ดูได้จาก ด้านข้างหรือด้านบนด้านล่างในบล็อกผม
ลิงค์ หมายถึง ตำแหน่งที่ตั้งข้อมูลหน้า สินค้า หรืออื่นๆที่เราจะนำไปโปรโมทในสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆได้ 

ตัวอย่างลิงค์

http://ho.lazada.co.th/SHEsIV  ซึ่งเมื่อเรานำไปโพสต์แล้วจะปรากฎภาพขึ้นในสื่ออนไลน์ ซึ่งเราสามารถ โชว์ลิงค์ หรือเปลือยลิงค์ตามตัวอย่างก็ได้ หรือ ลบลิงค์ออกเมื่อภาพขึ้นมาแล้วก็ได้ หรือเราจะซ่อนลิงค์ ภายใต้ข้อความโฆษณาที่เราวางไว้ก็ได้ ( เว็บไซต์ ) ตัวอย่างการซ่อนลิงค์


ซื่งเมื่อเราคลิก จะส่งเราเข้าไปยังหน้าแลนด์ดิ้งเพจสินค้านั้นทันที ที่เราได้ลิงค์เอาไว้
  • ต่อไปจะเป็นการแนะนำ เว็บขายสินค้ารายใหญ่ และเชื่อถือได้มาบอกกล่าว นั่นคือเว็บไซต์
  • LAZADA  :ซึ่งเป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และมีผุ้เข้าไปสมัครเป็น Affiliate มากที่สุดเว็บหนึ่ง เพราะง่าย ไม่ยุ่งยาก และจ่ายจริงไม่งอแง มากน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณเอง โดยคุณสามารถสมัครหารายได้กับลาซาด้าได้ที่


*****  สมัคร Affiliate Lazada ประเทศไทย *******

รูปที่ 2

  • โดยเมื่อคุณเข้าไปสมัครแล้วจะเห็นช่องให้กรอกข้อมูลตามรูปที่ 2 จากนั้นคุณก็คลิกกรอกข้อมูลเช่น อีเมล์ รหัส ซึ่งหน้านี้จะเป็นบัญชีล็อกอินส่วนตัวของคุณเอง จากนั้นเข้าไปกรอกข้อมูล ชื่อนามสกุล ให้ถูกต้อง และใส่ โดเมนเนมของไซต์คุณ (โดเมนเนมคือที่อยู่ไซต์นั้นๆ เช่นของผม ชื่อเว็บจะเป็น pohthaiblogspot.com  แต่โดเมนเนมจะเป็น 123ne.blogspot.com ซึ่งเราจะกรอกส่วนนี้เพื่อให้ทางลาซาด้ารู้ว่า ลิงค์ที่เราแนะนำมาจากเรา มิเช่นนั้นจะไม่ได้ค่าคอมมิสชั่น หรือเราจะใส่ชื่อแฟนเพจ เฟชบุ๊คที่เราเปิดไว้ก็ได้ เช่นกัน 
  • ตัวอย่างหน้าแฟนเพจ Shop-Dee Online โดยลาซาด้าจะเป็นเว็บที่ผ่อนปรนมากที่สุด และเมื่อเรากรอกเสร็จสรรพก็ส่งข้อมูล เมื่อข้อความปรากฎขึ้นว่าให้เรารอการตรวจสอบประมาณ 48 ชั่วโมง ซึ่งความเป็นจริง จะอนุมัติเดี๋ยวนั้นเลยก็ได้แล้วแต่เว็บที่เราใช้สมัคร

  • เมื่อเราได้รับอีเมล์ตอบกลับมาจากทีมงานลาซาด้า ก็แสดงว่าเราได้รับอนุมัติก็ให้เราล็อกอินเข้าไป จัดการตั้งค่าบัญชีของเราให้ถูกต้อง เช่นที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อธนาคารที่เราจะให้ทางลาซาด้าโอนเงินเข้าให้ พร้อมชื่อบัญชีธนาคาร เลขที่บัญชีธนาคาร ประเภทบัญชีเป็นต้น
  • จากนั้นให้เราเข้าไปจัดการสร้างลิงค์ สำหรับคนไม่มีเว็บ โดยจะมีวีดีโอแนะนำวิธีทำให้เสร็จสรรพส่งมาพร้อมเมล์ มีทีมงานซัพพอร์ตเป็นคนไทยมีปัญหาติดต่อได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่เป็น เมื่อคุณได้ลิงค์ของตนเองแล้วก็สามารถนำไปโพสต์ตามสื่อต่างๆได้ตามเงื่อนไข และเมื่อมีคนคลิก คนซื้อ ก็จะแสดงตัวเลขในบัญชีของคุณในหน้าแดชบอร์ด คุณจะได้รับค่าคอมมิสชั่นไม่เท่ากันตามแต่ประเภทสินค้า
  • การนำสินค้าไปโฆษณาขาย คุณต้องคำนึงถึงลูกค้าของคุณว่าเขาต้องการอะไร น่าจะขายอะไรได้ โดยส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับเพื่อนของคุณว่ามีกำลังแค่ไหน สินค้าที่ขายดีคือสินค้าที่ไม่แพง ใครก็ซื้อได้ คอมมิสชั่นอาจน้อย แต่คุณขายได้ และไม่ควรเลือกสินค้าหลายตัวเกินไป เป็นพวกจับปลาหลายมือ เพราะจะขายยาก
  • โดยที่ลาซาด้าคุณสมัครแค่บัญชีเดียว ก็สามารถนำลิงค์ไปโปรโมทได้ทุกที่ที่ไม่ผิดเงื่อนไขเขา (อ่านเงื่อนไขข้อตกลงให้ดีก่อนนำไปโพสต์ ) และเพื่อเป็นการสะดวก และไม่ต้องสร้างลิงค์บ่อย เราต้องเก็บงานนั้นใส่ โน๊ตแพดเอาไว้ เมื่อต้องการใช้ก็แค่ ก๊อปไปวางได้เลย จากนั้น มันจะทำงานของมันเองสร้างรายได้ให้คุณเอง

สมัครที่นี่  [[[ Affiliate Lazada ประเทศไทย ]]]]

ตัวต่อไปที่ผมแนะนำก็คือAffiliate Network ที่มีทีมงานซัพพอร์ตเป็นคนไทยเช่นกันนั่นก็คือ

รูปที่ 3

โดย ACCESSTRADE  เป็น Affiliate Network รายใหญ่ในไทยอีกรายหนึ่ง ที่รวบรวม บริษัทห้างร้านทั้งไทยและต่างประเทศมาให้คุณได้เข้าไปสมัครแคมเปญ เลือกร้าน เลือกสินค้านำไปโปรโมทกันได้มากมาย โดยคุณสามารถคลิกเข้าสมัคร ที่นี่ >>>>สมัครที่นี่ <<<<

จะมีรายละเอียด เงื่อนไขและดาวน์โหลดคู่มือการทำงานไปดูได้ฟรีๆ
  • ตัวอย่างร้านค้า และค่าคอมมิสชั่นที่คุณจะได้รับเมื่อขายได้ คลิกดูที่นี่
  • มีทีมงานซัพพอร์ตไทยคอยตอบปัญหาแก้ไขปัญหาต่างๆให้คุณตลอดเวลาที่นี่ เฟชบุ๊คทีมบริหารและทีมซัพพอร์ต>>>Accesstrade Thailand Official โดยคุณสามารถเข้าไปสอบถามพูดคุยกันได้ รับรองว่ามีตัวตนจริงและจ่ายจริงเมื่อมีการสั่งซื้อที่ถูกต้องและเป็นไปตามเงื่อนไข
  • และที่ ACCESSTRADE เมื่อคุณสมัครเข้าเป็นAffiliateแล้วคุณสามารถสมัคร แคมเปญของเว็บ และนำไปโพสต์หาสมาชิกใหม่มาสมัครในลิงค์ของคุณ เมื่อการกรอกข้อมูลถูกต้องและได้รับการยืนยัน อนุมัติ คุณก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นทันที โดยที่ไม่ต้องเสียเงินแม้แดงเดียว (ทุกเว็บล้วนมีเงื่อนไขของตนเอง ให้อ่านเงื่อนไขก่อนนำไปโพสต์ให้เข้าใจเพื่อจะได้ค่าตอบแทน)
นอกจากนี้ยังมีเว็บของคนไทยที่สมัครได้โดยไม่ต้องมีเว็บ 
สมัครง่าย ขายได้ก็ได้คอมมิสชั่น รวมถึงคุณจะเข้าไปทำการขายส่งให้เขาก็ได้ คุณจะได้ค่าตอบแทนตามแต่ละประเภทที่คุณได้ทำ หรือคุณจะ นำลิงค์แนะนำของคุณ ไปวางไว้ในสื่อออนไลน์ของคุณเพื่อชวนเพื่อนให้สมัคร เมื่อเพื่อนที่สมัครและขายของได้ คุณก็จะได้ค่าตอบแทนเช่นกัน


สมัครได้ที่นี่  E-Good Online Variety 

  • affiliate อีกตัวที่น่าสนใจและเป็นของคนไทย สมัครโดยไม่ต้องมีเว็บใดๆทั้งสิ้น แถมสมัครตอนนี้เขาให้เงินขวัญถุงติดบัญชีทันที 50 บาท เป็นของประกันรถ ซึ่งใครมีช่องทางขายประกันภัยรถได้ก็สมัครไปครับ เขามีลิงค์ให้เราเลยก๊อปไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องทำอะไร และมีแบนเนอร์สำหรับคนมีเว็บด้วย และสามารถนำลิงค์ต่างๆไปวางในเฟชและสื่ออนไลน์อื่นได้ทันที คอมมิสชั่นก็สูงอยู่นะครับ ลองเข้าไปดู สมัครฟรีไม่เสียเงิน และคนสรรหามาให้อย่างผมก็ยืนยันว่าไม่ได้แม้แดงเดียวครับ สมัครตามลิงค์นี้นะครับ >>>https://www.prakunrod.com/ กรอกเมล์และรหัสผ่านซึ่งจะเป็นรหัสล็อกอินบัญชีของคุณ จากนั้นส่งไป เขาจะมีเมล์ตอบรับ ล็อกอินเข้าไปเอาลิงค์ไปทำมาหากินได้เลยครับ
  • และเมื่อต้องการจะล็อกอินเข้าบัยชีนี้ในกรณีคุณไม่ได้เซฟเก็บไว้ก็เข้าล็อกอินที่ลิงค์นี้ครับผมเปลือยลิงค์ให้เลย  >> http://www.prakunrod.com/MyAffiliateAccount.aspx

ถ้าถามว่าคุ้มหรือไม่กับการทำงานแบบนี้

  • ก็ต้องตอบว่าดูที่การลงทุนของเราเอง กรณีที่ผมยกมาทั้งหมด เราไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้ามาเก็บไว้เองแม้แต่บาทเดียว และเราไม่ต้องรับผิดชอบการสั่งซื้อ การจัดส่ง การบรรจุหีบห่อต่างๆอีกด้วย เป็นหน้าที่ของเจ้าของสินค้าเขาจะจัดการและรับผิดชอบต่อลูกค้าเอง
  • เรามีหน้าที่แค่กระจายข่าวนำสินค้าไปโฆษณาขาย ได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเราเองแน่นอนเมื่อเราไม่มีการลงทุน ผลตอบรับก็อาจจะน้อยตามไปด้วย
  • แต่ถ้าเราลงทุนเปิดเว็บ เปิดแฟนเพจ ทำการโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งราคาถูกมาก และเรากำหนดเอง ซึ่งผมจะแนะนำในโอกาสต่อไป เช่นสื่อเฟชบุ๊ค เมื่อเราโพสต์สินค้านั้นแล้วเราก็ลงโฆษณา  มันก็จะลอยขึ้นมาทั้งในเว็บ แอพฯต่างๆตามที่เราเลือก โฆษณาด้วยวงเงินเพียงหลักสิบ เพียง 30 บาทต่อวัน เรากำหนดเองว่าจะลงกี่วัน พอหมดงบโฆษณาก็หยุดแสดง เมื่อเราจะลงใหม่ก็จัดการใหม่ วิธีนี้เป็นการกระตุ้นยอดขายเราได้เป็นอย่างมาก หลายคน ออกงานทำเป็นอาชีพได้เมื่อเห็นรายรับตอบกลับมาจากการลงทุน
  • คำเตือนจากผมก็คือ เราไม่ควรทุ่มโหมลงไป เราควรเริ่มจากน้อย เช่นลงโฆษณา สัก 3 วัน 90 บาท จากนั้นให้ดูผลตอบรับว่าคุ้มหรือไม่ถ้าคุ้มก็เดินหน้าลงต่อ แต่ถ้าไม่คุ้มก็ หันไปหาช่องทางอื่นช่วย เช่นการวาง SEO
การมีเว็บไซต์ตนเองมีข้อดีอย่างไร

  • ถ้าเราจะยึดอาชีพเรียกว่าเอาดีทางนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีเว็บไซต์ของตนเอง อย่างน้อย ด่านแรกคือ ใช้ในการสมัครเป็น AFFILIATE ข้อดีต่อมาคือเราสามารถโพสต์ขายของเราได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกบล๊อก ถูกปิดเว็บ จาก เซิร์ฟเวอร์ต้นทางซึ่งเป็นเจ้าของ  เนื่องจากการขายของ เป็นข้อห้ามหนึ่งในเงื่อนไขของ เว็บฟรีทั้งหลาย เราอาจติดโฆษณาได้ เช่นบล็อกนี้เป็นต้น แต่เราไม่สามารถ โพสต์สินค้าลงขายในหน้าเนื้อหาได้โดยตรง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมีเว็บเป็นของตนเอง
  • และมีเว็บไซต์มากมายที่เปิดบริการให้เราซื้อโดเมนเนม แต่ก็มีขั้นตอนมากมายในการใช้เว็บ ซึ่งมีปัญหากับคนที่เป็นมือใหม่เป็นอย่างมาก ผมจึงแนะนำ เว็บไซต์เว็บนี้ให้ลองพิจารณากัน เพราะเป็นเว็บสำเร็จรูป มีทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ตามกำลังของเรา โดยเริ่มต้นธุรกิจคุณประมาณ 500 บาทต่อปี สำหรับผมผมว่าคุ้มนะ เริ่มจากเว็บเล็กๆก่อน ค่อยเป็นค่อยไป ข้อดีของเว็บนี้คือ มาเป็นแพ๊คเกจ คือได้ทั้งโดเมนเนมได้ทั้งโฮสติ้ง และเป็นของคนไทยด้วย ซึ่งน่าจะสื่อสารกันได้ดี ลองดูนะครับผมแค่เขียนแนะนำ คลิกเข้าไปศึกษาดูที่นี่ครับ >>>>เว็บไซต์สำเร็จรูปสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ
 อยากมีเว็บเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์คลิกที่แบนเนอร์





เบื้องต้นผมขอแนะนำเท่านี้ก่อน จะมาอัพเดตข้อมูลเว็บที่เชื่อถื่อได้ให้เป็นระยะครับ สุดท้ายผมมีข้อคิดส่วนตัวจะแนะนำนิดนึงครับคือ



  • ถ้าเราไม่กล้าที่จะลุกเดินออกจากที่เดิม เราก็จะไม่มีวันได้ก้าวไปข้างหน้า หรือพบเห็นการเปลี่ยนแปลง เราไม่กล้าเป็นหนี้เงินล้าน ชีวิตเราก็จะไม่มีเงินล้าน ทั้งหมดเพราะเราไม่กล้าและขาดแรงบันดารใจ สำหรับผมการเดินหน้าท้าทายความสามารถคือสิ่งที่ผมต้องการ อย่างน้อยเมื่อผมออกเดินผมก็ได้รู้ว่า เส้นทางที่ผมเดินมาเป็นอย่างไร ผมสามารถเก็บมันไปบอกเล่าเป็นประสบการณ์แก่ลูกหลานของผมได้ ชีวิตไม่สิ้นดิ้นกันต่อไปครับ กำหนดอนาคตเราด้วยตัวเราเอง โชคดีกันทุกคนนะครับ มีปัญหาสอบถามเพิ่มเติมถามไว้ตรงนี้ครับ แต่ถ้าปัญหาเทคนิคของแต่ละเว็บติดต่อเจ้าหน้าเขาโดยตรงนะครับ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมแค่ทำหน้าที่สรรหามาบอกกล่าวครับ