Koungwhal Thongnetra

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา (ปัญญาคือแสงสว่าง ส่องทางชีวิต )123EE.BLOGSPOT.COM

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2562

เลือกหุ้น Laggard อย่างไรให้มีกำไร



หุ้นแลกการ์ดคืออะไร

นักลงทุนหลายคนมักจะได้ยินว่า เวลาตลาดผันผวน (หมายถึงเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงอย่างรวดเร็วในวันเดียว ไม่มีทิศทางชัดเจน ) ให้หาหุ้นแลกการ็ดเล่น (Laggard) 
ปัญหาคือ หลายคนไม่เข้าใจคำว่า แลกการ์ด คือไปตีความตาม ความหมายในภาษาอังกฤษ ผลลัพธ์ก็มักผิด


เพราะถ้าตีความตามภาษาก็คือ ช้า ล้าหลัง เต่า ประมาณนั้น
ก็ลองคิดเอง ถ้าคุณเล่นหุ้นทุนก็น้อย อยากปั้นพอร์ทลงทุนให้โต คุณจะใส่ทุนเข้าไปในหุ้นเต่า ช้าล้าหลังทำไม


ดังนั้นภาษาหุ้นหลายๆคำไม่ได้แปลแบบตรงๆตามภาษา เช่น
upside ,sentiment อะไรเทือกนี้ มันไม่ได้หมายความว่า หุ้นกลับหัว หรือหุ้นมีความรู้สึก 


หุ้นบ้าอะไรกลับหัว กลับหัวก็เอาขาชี้ฟ้านะสิ นั่นเจ๊ง
หรือหุ้นมีความรู้สึก หมายถึงแค่สัมผัสเธอก็เคลิ้ม อย่างนั้นหรือ ไม่ใช่นะครับ ศัพท์บางคำใช้เฉพาะกลุ่มรู้เฉพาะกลุ่ม คล้ายศัพท์การเมือง อำมาตย์ ที่ความหมายมากกว่าอำมาตย์ ปลาวาฬ ที่ไม่ใช่ปลาวาฬ อาจเป็นปลาบึกก็ได้ คือรู้กันในกลุ่ม
พอขยายหลุดรอดออกมานอกวง คนเลยตีความผิดไปจากเดิม


  • กรณีจะยกคำว่า แลกการ์ดมาอธิบายพอให้เข้าใจ
  • คำว่า Laggard ในความหมายนักลงทุนคือ หุ้นที่ มีผลประกอบการออกมาดี แต่ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนองกับตลาด 


เช่น หุ้น A ในคิว 3 มี มาจิ้น 30% มีกำไรสุทธิ หมื่นล้าน อัตราการเติบโต 15% (สมมุตินะ )


  • แต่ราคาหุ้นอยู่ที่ 1.50 บาท หรือกี่บาทชั่งแม่งมัน แต่มันไม่ไป ซึ่งมันน่าจะวิ่งไปตามกำไรหมื่นล้าน อาจจะ 3-5 บาท แต่มันไม่ไป คือไม่ตอบสนอง กำไร 


หุ้นแบบนี้มีนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า มันมีโอกาสที่จะไป เมื่อราคาไม่ไปก็เก็บไว้ คือเก็บ 1.50/หุ้น เพราะคาดว่ามันจะไป 3-5 บาท/หุ้นก็รวยไป นี่คือความหมายที่ใช้กันส่วนใหญ่ในตลาด


  • แต่คนที่ไม่เข้าใจไปตีความผิดคือ Laggard คือหุ้นที่ตลาดเขียวแม่งก็ไม่เขียว แดงมึงก็ไม่แดง จับเอาแค่นี้โดยไม่สนผลประกอบการ เลยตีความเองว่า ชัวร์กูเจอแล้วหุ้น Laggard ขายไร่ขายนาซื้อแม่งโลด สุดท้าย เจ๊งเพราะถือ 10 ปีแม่งก็ไม่ขยับราคา แถมปันผลก็ไม่ได้อีก ก็จอด


ดังนั้นคำว่า Laggard จึงหมายถึงหุ้นที่มีคุณสมบัติตามที่ผมยกมาแต่ข้างต้น แต่ผมจะเพิ่มเข้าไปอีก เพื่อกรองให้ละเอียด คือ ดูตัวเลข เหล่านี้ประกอบด้วยคือค่าของ


  • P/E
  • ROA
  • ROE
  • DEB
  • EPS
  • %YIELD

  • ค่าพวกนี้มันสำคัญเพราะมันจะบอกว่าหุ้นตัวนั้นถูกหรือแพง คำว่าถูกแพงคนไม่เคยเล่นหุ้นจะไม่เข้าใจ ถูกแพงไม่ได้ดูที่ราคาหุ้นเป็นหลัก แต่ดูตัวเลขเหล่านี้ประกอบกัน อาทิ หุ้น ราคา 0.50 บาท ถ้าเราคิดแบบตาเห็นคือถูกมาก แต่พอเราไปดูพีอี สูง ถึง500 เท่า ในขณะที่ ยิลด์กับ อีพีเอส ต่ำ อย่างนี้คือแพงมหาศาล ซื้อไปก็เจ๊ง




  • ตรงกันข้ามมีหุ้นอีกตัวราคา 400บาท แต่พีอี 7 เท่า พีบีวี2.5แต่ยีลด์ 11.80% อีพีเอส 20% หุ้นตัวนี้ ราคาถูก เพราะซื้อแล้วมีอนาคตมีผลตอบแทนดีสม่ำเสมอ (เป็นตัวเลขสมมุติให้เห็นภาพ )


  • ดังนั้น Laggard ถ้าเติมตัวเลขที่ผมเพิ่มเข้าด้วยหรืออย่างแย่ก็เพิ่ม ยีลดืเข้าไป ให้ยีลด์สัก 5% ก็พอแล้ว ถือได้ หวังว่าจะไม่งง นี่ล่ะหุ้นไม่ยากและก็ไม่ง่าย แต่ไม่ใช่ที่ที่ใคร เดินถือเงินพร้อมกับหัวโล่งๆ เข้าไปแล้วรวยอย่างแน่นอน


คำฝากจากคนลงทุน

หุ้นคือมายาภาพ ที่ถูกสร้าง
กระดานหุ้นคือมายาภาพที่ถูกสร้าง
หุ้นมีขึ้นลง
หุ้นก็ถูกสร้างให้ขึ้นลงได้เช่นกัน

การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนอะไรเลยมีความเสี่ยงกว่า
ควรลงทุนด้วยความระมัดระวัง บนพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจและไม่ประมาท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น